วันพฤหัสบดีนี้ การนัดหยุดงานทั่วไปจะส่งผลกระทบต่อเที่ยวบินกว่า 50 เที่ยวที่สนามบินลาร์นากาและปาฟอส
เที่ยวบินตรงประวัติศาสตร์ระหว่างคาซัคสถานและไซปรัสจะเริ่มในเดือนมิถุนายนนี้
สนามบินไซปรัสทำลายสถิติเดือนกุมภาพันธ์ด้วยผู้โดยสาร 535,000 คน
ข่าวล่าสุด
ไซปรัสเตรียมรื้อรั้วกั้นแนวเขียวที่เป็นประเด็นถกเถียง หลังจำนวนผู้ลี้ภัยลดลง
ไซปรัสจะเริ่มรื้อ ‘รั้วนูริส’ มูลค่า 2 ล้านยูโร ริมแนวเขตสีเขียวในสัปดาห์หน้า หลังจำนวนผู้อพยพผิดกฎหมายลดลงอย่างมาก เจ้าหน้าที่ระบุว่ารั้วดังกล่าวไม่ค่อยได้ผลและจะนำไปใช้ประโยชน์ในด้านความปลอดภัยแทน ขณะที่กระทรวงแรงงานจะเน้นเร่งกระบวนการออกใบอนุญาตทำงาน การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนท่าทีที่ผ่อนคลายและเป็นมิตรกับธุรกิจมากขึ้นในเรื่องการเคลื่อนย้ายแรงงานอย่างถูกกฎหมาย และคาดว่าจะช่วยลดความตึงเครียดในชุมชนใกล้เขตกันชนได้
คำสั่งความมั่นคงอิสราเอลสั่งเปลี่ยนเส้นทางเที่ยวบินทั้งหมดจากปาฟอสไปยังลาร์นากาจนกว่าจะมีประกาศใหม่
ชิน เบตของอิสราเอลสั่งสายการบินอิสราเอลระงับการบินที่ปาฟอส และให้ใช้สนามบินลาร์นากาแทน โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงที่ยังไม่เปิดเผย การเปลี่ยนแปลงกะทันหันนี้สร้างความยุ่งยากในการปฏิบัติงานให้กับสายการบิน ผู้ดูแลภาคพื้น และนักธุรกิจที่ต้องเผื่อเวลาเดินทางทางถนนข้ามไซปรัสนานถึง 90 นาที ขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดเวลาที่จะกลับมาใช้ตารางบินปกติอีกครั้ง
ความล้มเหลวของระบบวิทยุควบคุมการบินในกรีซ ส่งผลกระทบถึงไซปรัส ทำให้ต้องเปลี่ยนเส้นทางบินและเกิดความล่าช้า
เกิดการดับสัญญาณวิทยุในพื้นที่ควบคุมการบินเอเธนส์ (Athens FIR) ส่งผลให้อุตสาหกรรมสายการบินต้องเลื่อน เปลี่ยนเส้นทาง หรือเบี่ยงเบนเที่ยวบิน สร้างความวุ่นวายต่อการเชื่อมต่อทางอากาศระหว่างไซปรัสและกรีซ รวมถึงทำให้เวลาบินในภูมิภาคนี้ยาวนานขึ้น ธุรกิจที่พึ่งพาการเชื่อมต่อที่แน่นหนาหรือสินค้าส่งด่วนควรเตรียมรับมือกับความล่าช้าต่อเนื่องจนกว่าหน่วยงานกรีซจะฟื้นฟูการควบคุมการบินให้กลับมาทำงานเต็มประสิทธิภาพอีกครั้ง
สมาชิกรัฐสภายุโรปจากไซปรัสสนับสนุนรายชื่อประเทศปลอดภัยของสหภาพยุโรป เปิดทางให้การปฏิเสธคำขอลี้ภัยเป็นไปอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
สมาชิกรัฐสภายุโรปชาวไซปรัส 4 คน ช่วยผลักดันแผนของรัฐสภายุโรปในการจัดทำรายชื่อประเทศ ‘ปลอดภัย’ ในระดับกลุ่มสหภาพยุโรป ซึ่งจะช่วยให้เจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาขอลี้ภัยสามารถดำเนินการได้รวดเร็วขึ้นและปฏิเสธคำขอได้ง่ายขึ้น การดำเนินการนี้คาดว่าจะช่วยลดปัญหาความล่าช้าในไซปรัส แต่ก็ก่อให้เกิดคำถามด้านสิทธิมนุษยชนและอาจส่งผลให้แหล่งแรงงานนอกระบบตึงตัวมากขึ้นด้วย