
เช้าวันพุธที่ 24 มิถุนายน ตำรวจสหพันธรัฐได้เปิดปฏิบัติการพร้อมกันในชื่อ “สัญญาเท็จ” และ “ฉีกผ้าห่ม” ที่เมืองโกเวอร์นาโดร์ วาลาดาเรส รัฐมินัสเชไรส์ การสอบสวนพบกลุ่มอาชญากรรมสองกลุ่มที่ทำกำไรจากการลักลอบนำคนเข้าเมือง โดยเรียกเก็บเงินสูงถึง 25,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อพาคนบราซิลผ่านเส้นทางเม็กซิโก–สหรัฐฯ มีการออกหมายจับ 11 ฉบับ จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ยึดอาวุธปืน 3 กระบอก กระสุน 650 นัด และเงินสดประมาณ 60,000 เรียล เจ้าหน้าที่พบหลักฐานการลักพาตัวคู่สามีภรรยาชาวบราซิลที่ถูกกักขังบริเวณชายแดนเม็กซิโกเพื่อรีดไถครอบครัวในบราซิล มีการอายัดทรัพย์สิน 2 แห่ง และสั่งระงับบัญชีเงินฝากรวมมูลค่า 20 ล้านเรียล เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มนี้ใช้เงินผิดกฎหมายจ้างทนายหรือฟื้นฟูเครือข่าย กลุ่มผู้ต้องสงสัยมี ‘โคโยเต้’ ที่อาศัยในเม็กซิโก รับผิดชอบจ่ายสินบนเจ้าหน้าที่ชายแดนและจัดหาพาสปอร์ตปลอม ตามข้อมูลของตำรวจสหพันธรัฐ มีผู้ถูกลักลอบนำเข้าไปสหรัฐฯ อย่างผิดกฎหมายอย่างน้อย 89 คน กลุ่มนี้โฆษณา “ตำแหน่งงาน” ในฟาร์มรัฐเท็กซัสผ่านโซเชียลมีเดีย พร้อมสัญญาว่าจะช่วยให้สถานะการเข้าเมืองถูกต้องหลังเดินทางถึง เหยื่อหลายรายต้องเผชิญกับสภาพเหมือนทาสหรือถูกควบคุมตัวในศูนย์ตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯ สร้างผลกระทบด้านมนุษยธรรมและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างรุนแรง ผู้เชี่ยวชาญด้านการเคลื่อนย้ายแรงงานเตือนว่า ค่าเงินดอลลาร์ที่สูงขึ้นและความต้องการขอวีซ่าทำงานที่ถูกระงับในสหรัฐฯ กำลังกระตุ้นให้เกิดเครือข่ายค้ามนุษย์ บริษัทที่ส่งพนักงานชั่วคราวควรเพิ่มความรอบคอบในการตรวจสอบที่ปรึกษาภายนอกและให้คำแนะนำพนักงานเกี่ยวกับเส้นทางปลอดภัยและข้อกำหนดด้านวีซ่า ตำรวจสหพันธรัฐระบุว่าจะยังคงติดตามเครือข่ายล่อลวงคนร่วมกับหน่วยงาน Homeland Security Investigations (HSI)
แหล่งที่มา: Estado de Minas / Polícia Federal