
หลังจากการแข่งขันฟุตบอลโลกฟีฟ่าเดือนเต็มจบลง กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ ได้ออกแถลงการณ์หลังปฏิบัติการเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม โดยชูสถิติการผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองที่ท่าเรือเข้าสหรัฐฯ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ตามรายงานของ DHS มีผู้ชมต่างชาติกว่า 4.2 ล้านคนเดินทางเข้าสหรัฐฯ ในช่วงการแข่งขันโดยไม่มีเหตุการณ์ความปลอดภัยระดับ A เกิดขึ้นเลย หน่วยศุลกากรและป้องกันชายแดน (CBP) ประมวลผลผู้เดินทางเฉลี่ยวันละ 140,000 คน สูงกว่าช่วงก่อนการแข่งขันถึง 18% โดยได้รับการสนับสนุนจากการขยายจุดบริการ Global Entry และ Mobile Passport Control ชั่วคราวที่สนามบินหลัก 9 แห่ง สำนักงานความปลอดภัยการขนส่ง (TSA) รายงานว่า 60% ของผู้ถือบัตรเดินทางใช้ช่อง TSA PreCheck แบบไม่ต้องสัมผัส ทำให้เวลารอเฉลี่ยลดลงเหลือต่ำกว่า 5 นาที แม้ในเช้าวันแข่งขัน สำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านการเคลื่อนย้ายรายงานนี้เป็นหลักฐานยืนยันแนวทางสำหรับงานใหญ่ในอนาคต เช่น โอลิมปิก ลอสแองเจลิส 2028 CBP ยืนยันว่าจะเปิดศูนย์ลงทะเบียน Global Entry เพิ่มอีก 8 แห่งจนถึงเดือนธันวาคม เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในช่วงฟีฟ่า นายจ้างควรสนับสนุนให้พนักงานเดินทางบ่อยสมัคร Global Entry ขณะที่ยังมีเวลานัดหมาย DHS ยังชื่นชมทีม USCIS ที่เร่งพิจารณาคำร้อง O-1 และ P-1 สำหรับนักกีฬาและทีมสนับสนุนเกือบ 12,000 รายภายใต้การประมวลผลพิเศษ ซึ่งทนายความด้านตรวจคนเข้าเมืองมองว่าเป็นสัญญาณของความสามารถที่ดีขึ้นหลังการปรับค่าธรรมเนียมเมื่อปีที่แล้ว ความสำเร็จนี้อาจเพิ่มความมั่นใจให้ทำเนียบขาวในการขยายการประมวลผลพิเศษไปยังกลุ่มงานอื่นๆ ภายในปีงบประมาณ 2027