
หลังจากความตึงเครียดในภูมิภาคที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังเหตุโจมตีระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เฮเลน แม็คเอนที ประกาศเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2026 ว่า ไอร์แลนด์จะจัดเที่ยวบินฉุกเฉินแบบเช่าเหมาลำจากมัสกัต ประเทศโอมาน ไปยังดับลิน เพื่อช่วยเหลือพลเมืองที่ต้องการเดินทางออกจากอ่าวอาหรับ ปัจจุบันมีชาวไอริชประมาณ 22,000 ถึง 23,000 คนอาศัยอยู่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ และประเทศใกล้เคียง โดยส่วนใหญ่เป็นผู้อยู่อาศัยระยะยาว แต่ก็มีนักท่องเที่ยวและผู้รับเหมาในระยะสั้นหลายร้อยคนที่ขอความช่วยเหลือกงสุล เนื่องจากตารางบินพาณิชย์ไม่แน่นอน เที่ยวบินเช่าเหมาลำนี้คาดว่าจะรับผู้โดยสารประมาณ 280 คน โดยจะให้ความสำคัญกับพลเมืองที่ไม่ใช่ผู้อยู่อาศัยและผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ โดยที่นั่งจะถูกจัดสรรโดยทีมวิกฤตกงสุลของกระทรวง ผู้โดยสารจะต้องจ่ายค่าบริการคงที่ 800 ยูโร และผู้ที่ไม่สามารถชำระล่วงหน้าได้สามารถขอเลื่อนชำระภายใน 6 เดือนได้ แม็คเอนทีเน้นย้ำว่าเส้นทางพาณิชย์ยังคงเป็นตัวเลือกแรกและเร็วที่สุด และรัฐกำลังทำงานร่วมกับสายการบินอย่าง Emirates และ Etihad เพื่อจัดเที่ยวบินตรงเพิ่มเติมไปยังดับลิน อย่างไรก็ตาม เที่ยวบินเช่าเหมาลำนี้เป็นเครือข่ายความปลอดภัยสำคัญในกรณีที่มีการปิดน่านฟ้าขยายวงกว้าง รองนายกรัฐมนตรี ไซมอน แฮร์ริส ยืนยันว่ากองกำลังป้องกันประเทศพร้อมส่งเจ้าหน้าที่ประสานงานหากจำเป็นต้องมีการคุ้มกันทางทหาร ในมุมมองของการเคลื่อนย้ายบุคลากรในองค์กร เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการติดตามผู้เดินทางอย่างเข้มงวดและมีแผนสำรอง บริษัทข้ามชาติที่มีสำนักงานใน Dubai Internet City, Education City ของโดฮา และเขตพลังงานของกาตาร์ กำลังแนะนำให้พนักงานลงทะเบียนในพอร์ทัลลงทะเบียนพลเมืองของกระทรวงการต่างประเทศ และตรวจสอบให้แน่ใจว่าหนังสือเดินทางและวีซ่าที่พักอาศัยถูกต้องหากต้องอพยพ ผู้ให้บริการประกันภัยได้ปรับระดับความเสี่ยงในภูมิภาคนี้ขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อค่าเบี้ยประกันสำหรับการมอบหมายงานในอนาคต ความสำเร็จของเที่ยวบินโอมานจะเป็นตัวกำหนดว่าจะมีการจัดเที่ยวบินเช่าเหมาลำเพิ่มเติมหรือไม่ ดังนั้นนายจ้างจึงควรรักษาช่องทางการสื่อสารที่ชัดเจนกับสถานทูตไอร์แลนด์และสายด่วนฉุกเฉินของกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงให้ทีมทรัพยากรบุคคลสามารถรายงานจำนวนพนักงานที่ได้รับผลกระทบได้อย่างรวดเร็วเมื่อมีการร้องขอ
แหล่งที่มา: Cork Live