
นักท่องเที่ยวชาวอินเดียที่วางแผนไปเกาะฟู้โกว๊ก รีสอร์ตชื่อดังของเวียดนาม ต้องอ่านรายละเอียดให้ดี ก่อนจองตั๋วเครื่องบิน คำแนะนำจาก India Today เมื่อวันที่ 7 เมษายน ยืนยันว่า สิทธิ์ “ไม่ต้องขอวีซ่า หากบินตรง” ที่เกาะนี้มีการปรับเปลี่ยนใหม่แล้ว ผู้โดยสารชาวอินเดียที่ไม่ได้เดินทางด้วยเที่ยวบินระหว่างประเทศตรงสู่ฟู้โกว๊ก หรือวางแผนจะต่อไปยังเวียดนามแผ่นดินใหญ่ ต้องขอ e-visa ล่วงหน้า การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นอย่างเงียบๆ หลังกรมตรวจคนเข้าเมืองเวียดนามอัปเดตระเบียบภายในต้นเดือนนี้
เบื้องหลัง: การยกเว้นวีซ่า 30 วันสำหรับฟู้โกว๊กเริ่มใช้ในปี 2014 เพื่อกระตุ้นการลงทุนด้านการท่องเที่ยว สำหรับชาวอินเดีย ถือเป็นทางเลือกที่สะดวก เพราะหลีกเลี่ยงความล่าช้าของระบบ e-visa ของเวียดนาม สายการบินต้นทุนต่ำจึงเพิ่มเส้นทางต่อเครื่องผ่านโฮจิมินห์ ซิตี้ กรุงเทพฯ หรือกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งเส้นทางเหล่านี้จะ **ไม่ได้รับสิทธิ์ยกเว้นวีซ่าอีกต่อไป** ผู้ประกอบการท่องเที่ยวระบุว่า ประมาณ 60% ของผู้โดยสารอินเดียที่เดินทางไปเกาะนี้ก่อนหน้านี้ ใช้เส้นทางต่อเครื่องแบบนี้
ผลกระทบทางธุรกิจ: ผู้วางแผนงาน MICE และบริษัทจัดการปลายทาง ต้องเผื่อเวลาขอวีซ่าและค่าใช้จ่าย (25 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับ e-visa 90 วัน เข้าได้หลายครั้ง) ในการเสนอราคา สายการบินอาจเห็นจำนวนผู้โดยสารเดินทางแบบกระทันหันในวันหยุดสุดสัปดาห์ลดลง เพราะผู้โดยสารชาวอินเดียต้องเตรียมเอกสารล่วงหน้า ขณะเดียวกัน สายการบินบริการเต็มรูปแบบที่มีเที่ยวบินตรงจากเดลีและมุมไบ อาจได้ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้น
คำแนะนำปฏิบัติ:
• จองตรงเท่านั้น: เฉพาะผู้โดยสารที่ตั๋วขึ้นเครื่องแสดงต้นทางระหว่างประเทศ และฟู้โกว๊กเป็นจุดแรกที่เข้าสู่เวียดนามเท่านั้น ที่ยังไม่ต้องขอวีซ่า
• เส้นทางเดินทางสำคัญ: หากออกจากเกาะ เช่น ต่อทริปแม่น้ำโขง จะทำให้สิทธิ์ยกเว้นวีซ่าหมดอายุทันที
• ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 4 วันทำการสำหรับขอ e-visa ของเวียดนาม ช่วงฤดูท่องเที่ยวอาจใช้เวลาถึง 7 วัน
เหตุการณ์นี้เตือนให้รู้ว่า ป้าย “ไม่ต้องขอวีซ่า” มักมีเงื่อนไขแอบแฝง และทีมงานดูแลการเดินทางควรตรวจสอบเส้นทางบินอย่างละเอียดเท่ากับการตรวจสอบอายุหนังสือเดินทางด้วย
เบื้องหลัง: การยกเว้นวีซ่า 30 วันสำหรับฟู้โกว๊กเริ่มใช้ในปี 2014 เพื่อกระตุ้นการลงทุนด้านการท่องเที่ยว สำหรับชาวอินเดีย ถือเป็นทางเลือกที่สะดวก เพราะหลีกเลี่ยงความล่าช้าของระบบ e-visa ของเวียดนาม สายการบินต้นทุนต่ำจึงเพิ่มเส้นทางต่อเครื่องผ่านโฮจิมินห์ ซิตี้ กรุงเทพฯ หรือกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งเส้นทางเหล่านี้จะ **ไม่ได้รับสิทธิ์ยกเว้นวีซ่าอีกต่อไป** ผู้ประกอบการท่องเที่ยวระบุว่า ประมาณ 60% ของผู้โดยสารอินเดียที่เดินทางไปเกาะนี้ก่อนหน้านี้ ใช้เส้นทางต่อเครื่องแบบนี้
ผลกระทบทางธุรกิจ: ผู้วางแผนงาน MICE และบริษัทจัดการปลายทาง ต้องเผื่อเวลาขอวีซ่าและค่าใช้จ่าย (25 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับ e-visa 90 วัน เข้าได้หลายครั้ง) ในการเสนอราคา สายการบินอาจเห็นจำนวนผู้โดยสารเดินทางแบบกระทันหันในวันหยุดสุดสัปดาห์ลดลง เพราะผู้โดยสารชาวอินเดียต้องเตรียมเอกสารล่วงหน้า ขณะเดียวกัน สายการบินบริการเต็มรูปแบบที่มีเที่ยวบินตรงจากเดลีและมุมไบ อาจได้ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้น
คำแนะนำปฏิบัติ:
• จองตรงเท่านั้น: เฉพาะผู้โดยสารที่ตั๋วขึ้นเครื่องแสดงต้นทางระหว่างประเทศ และฟู้โกว๊กเป็นจุดแรกที่เข้าสู่เวียดนามเท่านั้น ที่ยังไม่ต้องขอวีซ่า
• เส้นทางเดินทางสำคัญ: หากออกจากเกาะ เช่น ต่อทริปแม่น้ำโขง จะทำให้สิทธิ์ยกเว้นวีซ่าหมดอายุทันที
• ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 4 วันทำการสำหรับขอ e-visa ของเวียดนาม ช่วงฤดูท่องเที่ยวอาจใช้เวลาถึง 7 วัน
เหตุการณ์นี้เตือนให้รู้ว่า ป้าย “ไม่ต้องขอวีซ่า” มักมีเงื่อนไขแอบแฝง และทีมงานดูแลการเดินทางควรตรวจสอบเส้นทางบินอย่างละเอียดเท่ากับการตรวจสอบอายุหนังสือเดินทางด้วย
แหล่งที่มา: India Today