
ไม่ถึงสองสัปดาห์หลังสหภาพยุโรปเปิดใช้งานระบบชีวภาพเข้า-ออก (EES) ใหม่ อิตาลีกำลังเผชิญกับความตึงเครียด ตั้งแต่ช่วงเช้าที่สนามบินโรม-ฟิอูมิชิโนจนถึงช่วงเย็นที่สนามบินมิลาน-มัลเพนซา ห้องตรวจหนังสือเดินทางกลายเป็นคอขวด เนื่องจากเจ้าหน้าที่ด่านตรวจต้องจัดการทั้งการประทับตราด้วยมือและการสแกนลายนิ้วมือกับใบหน้าที่เป็นข้อบังคับใหม่ ระบบ EES ซึ่งเริ่มใช้งานเต็มรูปแบบสำหรับนักท่องเที่ยวระยะสั้นตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน แทนที่การประทับตราหนังสือเดินทางด้วยฐานข้อมูลกลางที่บันทึกการเข้า-ออกของชาวต่างชาติที่ไม่ใช่สมาชิกสหภาพยุโรป ในทางทฤษฎี ผู้พำนักต่างชาติในอิตาลีที่ถือบัตรอนุญาตพำนัก (permesso di soggiorno) ที่ยังใช้ได้จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องลงทะเบียน EES แต่ในทางปฏิบัติ หลายคนยังถูกจัดให้อยู่ในคิว “หนังสือเดินทางทุกประเภท” ที่ช้ากว่า เนื่องจากประตูอิเล็กทรอนิกส์ไม่สามารถอ่านบัตรอนุญาตพำนักได้ นักเดินทางหลายรายรายงานว่าถูกบันทึกผิดในระบบว่าเป็นนักท่องเที่ยวระยะสั้น ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกแจ้งเตือนการอยู่เกินกำหนดในการเดินทางครั้งต่อไป สายการบินและผู้ดำเนินการสนามบินได้ขอให้กระทรวงมหาดไทยผ่อนผันชั่วคราวเพื่อบรรเทาความแออัดในช่วงเวลาที่มีผู้โดยสารหนาแน่น ซึ่งกฎระเบียบของสหภาพยุโรปอนุญาตในสถานการณ์พิเศษ ผู้จัดการเดินทางธุรกิจกำลังปรับเปลี่ยนแผนการเดินทางโดยเพิ่มเวลาอีก 60-90 นาทีเมื่อมาถึง แนะนำให้พนักงานพกบัตรอนุญาตพำนักฉบับจริงควบคู่กับสำเนาดิจิทัล และเก็บบอร์ดดิ้งพาสไว้เป็นหลักฐานเมื่อเกิดการพลาดต่อเครื่องและต้องขอเปลี่ยนตั๋ว สภาหอการค้าอเมริกันในอิตาลีเตือนว่าความล่าช้าที่เกิดซ้ำอาจทำให้มิลานสูญเสียความน่าสนใจในฐานะศูนย์การเงินหลัง Brexit หากนักธุรกิจเดินทางพลาดการประชุม ขณะนี้ตำรวจด่านตรวจคนเข้าเมืองได้ส่งเจ้าหน้าที่เพิ่มที่โรม มิลาน เวนิส และโบโลญญา พร้อมออกคำแนะนำให้ผู้พำนักสามารถขอดูหัวหน้างานหากถูกบันทึกข้อมูลผิด นักเดินทางควรเตรียมรับมือกับปัญหาเริ่มต้นที่อาจยืดเยื้อไปจนถึงช่วงวันปลดปล่อยและฤดูร้อน กระทรวงมหาดไทยระบุว่าจะตรวจสอบข้อมูลทุกสัปดาห์และไม่ปิดโอกาสที่จะใช้ข้อยกเว้น “สถานการณ์พิเศษ” เพื่อลดการตรวจสอบ EES ชั่วคราวหากเวลารอคิวเกิน 60 นาที
แหล่งที่มา: idealista/news