
กระทรวงการเข้าเมือง ผู้ลี้ภัย และสัญชาติแคนาดา (IRCC) เริ่มส่งหนังสือแจ้งให้ผู้ที่ได้รับสัญชาติแคนาดาผ่านทางสายเลือดตามกฎหมาย Bill C-3 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เพื่อฟื้นฟูสถานะของกลุ่มที่เรียกว่า “ชาวแคนาดาที่สูญหาย” โดยจดหมายลงวันที่ 13 มิถุนายน 2026 แจ้งให้ผู้รับส่งคืนใบรับรองการพิสูจน์สัญชาติไปยัง IRCC ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบหลักฐานทางสายเลือดที่ยื่นในแต่ละคำขออีกครั้ง ทนายความระบุว่ามาตรการนี้ถือเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนกับผู้ที่ได้รับสัญชาติหรือผู้ที่มีใบรับรองพิสูจน์สัญชาติซึ่งผ่านการตรวจสอบด้านความปลอดภัย การฉ้อโกง และสายเลือดมาแล้ว ทนายความในโตรอนโต อมันดีป เฮเยอร์ บอกกับ CityNews ว่าเขาทราบว่ามี “อย่างน้อยสองร้อยกรณี” ที่ได้รับผลกระทบ และคาดว่าจะมีมากขึ้นเมื่อผู้รับบริการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันในโซเชียลมีเดีย ทนายความในมอนทรีออล ลิซ่า มิดเดิลมิส เตือนว่าการเรียกคืนใบรับรองนี้อาจนำไปสู่การฟ้องร้อง เนื่องจากเมื่อได้รับสัญชาติแล้ว วิธีที่ถูกกฎหมายในการเพิกถอนสัญชาติคือผ่านกระบวนการของศาลรัฐบาลกลาง ไม่ใช่เพียงแค่จดหมายจากฝ่ายบริหาร การตรวจสอบครั้งใหญ่นี้เกิดจากความกังวลว่าผู้สมัครบางรายอาจใช้แหล่งข้อมูลรอง เช่น ข้อมูลสำมะโนประชากร บันทึกการล้างบาปในโบสถ์ หรือเว็บไซต์เชื้อสายพาณิชย์ เมื่อเอกสารทะเบียนราษฎร์ของจังหวัดหรือดินแดนไม่สามารถหาได้ IRCC ต้องการสำเนาใบรับรองทะเบียนราษฎร์ที่ได้รับการรับรองเพื่อยืนยันความสัมพันธ์ทางสายเลือดในแต่ละลิงก์ ซึ่งนักวิจารณ์กล่าวว่านี่ควรเป็นข้อกำหนดก่อนออกใบรับรอง ผลกระทบในทางปฏิบัติรุนแรงสำหรับครอบครัวที่มีสมาชิกข้ามพรมแดนซึ่งได้ยื่นขอหนังสือเดินทางแคนาดา ลงทะเบียนประกันสุขภาพสาธารณะ หรือวางแผนย้ายงานตามสถานะใหม่ของตน จนกว่าการตรวจสอบจะเสร็จสิ้น ฐานข้อมูลของรัฐบาลจะแสดงว่าสัญชาติของผู้ถืออยู่ในสถานะ “กำลังถูกสอบสวน” สร้างความไม่แน่นอนที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองและสำหรับนายจ้างที่ต้องตรวจสอบสิทธิ์การทำงาน ผู้ที่ได้รับผลกระทบมีเวลา 30 วันในการตอบกลับพร้อมหลักฐานหลักหรือคำอธิบายความพยายามในการจัดหาเอกสาร IRCC ยังไม่ได้เปิดเผยจำนวนแฟ้มที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบหรือมาตรฐานการให้บริการในการคืนใบรับรอง ทำให้ผู้สมัครและนายจ้างไม่มีกรอบเวลาที่ชัดเจน ที่ปรึกษาแนะนำให้ยื่นคำขอเข้าถึงข้อมูลเพื่อดูบันทึกของเจ้าหน้าที่ และหากมีการเดินทางเร่งด่วน ควรขอเร่งรัดการดำเนินการผ่านช่องทางสอบถามกรณีเฉพาะของ IRCC
แหล่งที่มา: CityNews / Harianbasis