
เหลือเวลาอีกเพียงหนึ่งปีเท่านั้นก่อนที่สหรัฐอเมริกาจะเป็นเจ้าภาพร่วมฟุตบอลโลก 2026 สำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐฯ (CBP) ประกาศเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ว่าเจ้าหน้าที่ที่สนามบินนานาชาติมายามี่ได้ยึดเสื้อฟุตบอลไนกี้ปลอมจำนวน 8,400 ตัว มูลค่าประมาณ 840,000 ดอลลาร์สหรัฐ ตามราคาขายปลีก รวมกับการยึดเสื้อปลอม 7,857 ตัวเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ทำให้ยอดรวมสินค้าปลอมที่ยึดได้มากกว่า 16,000 ชิ้น ซึ่งทั้งหมดเชื่อมโยงกับผู้ส่งสินค้าชาวจีนรายเดียวกัน การจับกุมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ “ปฏิบัติการพิเศษการค้าฟุตบอลโลก” ซึ่งเป็นโครงการระดับประเทศของ CBP ที่สามารถยึดสินค้าปลอมได้แล้วกว่า 1,400 ครั้ง มูลค่ารวมกว่า 23 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ดาเนียล อลอนโซ ผู้อำนวยการสำนักงานภาคสนามฟลอริดาของ CBP ระบุว่า หน่วยงานใช้การวิเคราะห์ข้อมูลและแผนปฏิบัติการจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา เช่น การจัดงานซูเปอร์โบวล์ เพื่อระบุสินค้าที่มีความเสี่ยงสูงก่อนเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ สำหรับบริษัทที่วางแผนจัดกิจกรรมต้อนรับหรือท่องเที่ยวรางวัลที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันฟุตบอลโลก การบังคับใช้กฎหมายเข้มงวดนี้มีผลโดยตรง ผู้สนับสนุนที่นำเข้าสินค้าที่มีแบรนด์ต้องเผชิญกับการตรวจสอบอย่างเข้มงวด เอกสารอนุญาตที่ไม่ครบถ้วนอาจทำให้การส่งสินค้าล่าช้าและกระทบต่อแคมเปญการตลาด ผู้จัดการท่องเที่ยวควรแจ้งพนักงานให้ซื้อสินค้าจากผู้จำหน่ายที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกยึดสินค้าที่ด่านตรวจ สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความเชื่อมโยงระหว่างการเคลื่อนย้ายสินค้าระหว่างประเทศ การปฏิบัติตามกฎระเบียบการค้า และการปกป้องแบรนด์ สินค้าปลอมไม่เพียงแต่ละเมิดสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัทสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ยังอาจเกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อุปทานแรงงานบังคับ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิให้ความสำคัญควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมายห้ามแรงงานบังคับอุยกูร์ CBP แนะนำให้บริษัทต่างๆ ศึกษาข้อมูลจากแหล่ง “ความจริงเบื้องหลังสินค้าปลอม” และหากเป็นไปได้ ควรกรอกข้อมูลการส่งสินค้าล่วงหน้าในระบบ Automated Commercial Environment เพื่อเร่งรัดการนำเข้าสินค้าอย่างถูกกฎหมายก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้
แหล่งที่มา: EIN Presswire (CBP release)