
รัฐบาลบราซิลจะเปิดใช้งานมาตรการ ‘Aqui é Brasil’ อีกครั้งในเย็นวันนี้ (5 กุมภาพันธ์ 2026) เมื่อเที่ยวบินเช่าเหมาลำของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐฯ (ICE) ลงจอดที่สนามบินเบโล โอรีซอนชี/คอนฟินส์ พร้อมกลุ่มชาวบราซิลที่ถูกส่งตัวกลับประเทศ โดยเที่ยวบินมีกำหนดลงจอดเวลา 19:45 น. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญส่งตัวกลับอย่างรวดเร็วของวอชิงตันต่อแรงงานต่างด้าวที่ไม่มีเอกสาร
เพื่อรับมือกับสถานการณ์นี้ บราซิเลียได้จัดตั้งโครงสร้างพื้นฐานรับผู้เดินทางกลับอย่างครบวงจร เพื่อรักษาศักดิ์ศรีและเร่งกระบวนการฟื้นฟูการใช้ชีวิตใหม่
ตามมาตรการนี้ ผู้เดินทางจะได้รับการต้อนรับที่อาคารผู้โดยสารโดยทีมงานจากกระทรวงสิทธิมนุษยชนและพลเมือง กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพัฒนาสังคม ตำรวจกลาง เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) จากนั้นผู้โดยสารจะถูกส่งไปยังโรงแรมใกล้สนามบินซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์รับรองชั่วคราว ที่นั่นพวกเขาจะได้รับอาหาร ชุดสุขอนามัย การตรวจสุขภาพเบื้องต้น การให้คำปรึกษาทางจิตสังคม และบัตรโดยสารเดินทางกลับบ้าน เจ้าหน้าที่ยังช่วยดำเนินการขอเอกสารประจำตัวและลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการหางานหรือสวัสดิการสังคม
ข้อมูลสำคัญคือ จำนวนชาวบราซิลที่ถูกจับกุมที่ชายแดนสหรัฐฯ-เม็กซิโกพุ่งสูงเกือบ 25,000 คนในปีงบประมาณ 2025 ตามรายงานของสำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐฯ การส่งตัวกลับด้วยเที่ยวบินเช่าเหมาลำกลับมาอีกครั้งในปลายปี 2025 หลังหยุดชะงักช่วงโรคระบาด ทำให้บราซิลต้องเพิ่มขีดความสามารถในการรับผู้เดินทางกลับ รัฐบาลชุดปัจจุบันมองโครงการนี้เป็น ‘ภาระหน้าที่ด้านมนุษยธรรม’ ที่ช่วยหลีกเลี่ยงภาพวุ่นวายที่เคยเกิดขึ้นเมื่อเที่ยวบินก่อนหน้านี้ปล่อยให้ผู้ถูกส่งตัวกลับต้องเผชิญตัวเองบนลานจอดเครื่องบิน
สำหรับนายจ้าง โดยเฉพาะในภาคก่อสร้างและเกษตรกรรมในมินัสเจไรส์และโกยาส ซึ่งมีตลาดแรงงานตึงตัวอย่างต่อเนื่อง การมาถึงของกลุ่มผู้เดินทางกลับถือเป็นแหล่งแรงงานที่มีศักยภาพ—หลายคนมีประสบการณ์ในสหรัฐฯ—ที่อาจมองหาโอกาสทำงานในท้องถิ่นหลังการตั้งถิ่นฐานใหม่ อย่างไรก็ตาม ทีมทรัพยากรบุคคลควรตระหนักว่าผู้เดินทางกลับมักไม่มีเอกสารบราซิลที่อัปเดต จึงอาจต้องมีความยืดหยุ่นและประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานแรงงานท้องถิ่นในกระบวนการรับเข้าทำงาน
ในด้านนโยบาย บราซิเลียยังคงกดดันวอชิงตันให้จัดตารางการส่งตัวกลับอย่างเป็นระเบียบและแจ้งข้อมูลสถานกงสุลมากขึ้น โดยชี้ว่าการส่งตัวกลับจำนวนมากโดยไม่ประสานงานสร้างภาระหนักต่องบประมาณบริการสังคมของเทศบาล การทดสอบบทสนทนานี้ครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นในเดือนมีนาคม เมื่อ ICE วางแผนจัดเที่ยวบินเช่าเหมาลำเพิ่มอีก 4 เที่ยว ‘Aqui é Brasil’ จะยังคงเป็นกลไกหลักในการรับมือผลกระทบทางมนุษย์ ขณะที่การเจรจาเรื่องการโยกย้ายถิ่นฐานในวงกว้างยังคงดำเนินต่อไป
เพื่อรับมือกับสถานการณ์นี้ บราซิเลียได้จัดตั้งโครงสร้างพื้นฐานรับผู้เดินทางกลับอย่างครบวงจร เพื่อรักษาศักดิ์ศรีและเร่งกระบวนการฟื้นฟูการใช้ชีวิตใหม่
ตามมาตรการนี้ ผู้เดินทางจะได้รับการต้อนรับที่อาคารผู้โดยสารโดยทีมงานจากกระทรวงสิทธิมนุษยชนและพลเมือง กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพัฒนาสังคม ตำรวจกลาง เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) จากนั้นผู้โดยสารจะถูกส่งไปยังโรงแรมใกล้สนามบินซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์รับรองชั่วคราว ที่นั่นพวกเขาจะได้รับอาหาร ชุดสุขอนามัย การตรวจสุขภาพเบื้องต้น การให้คำปรึกษาทางจิตสังคม และบัตรโดยสารเดินทางกลับบ้าน เจ้าหน้าที่ยังช่วยดำเนินการขอเอกสารประจำตัวและลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการหางานหรือสวัสดิการสังคม
ข้อมูลสำคัญคือ จำนวนชาวบราซิลที่ถูกจับกุมที่ชายแดนสหรัฐฯ-เม็กซิโกพุ่งสูงเกือบ 25,000 คนในปีงบประมาณ 2025 ตามรายงานของสำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐฯ การส่งตัวกลับด้วยเที่ยวบินเช่าเหมาลำกลับมาอีกครั้งในปลายปี 2025 หลังหยุดชะงักช่วงโรคระบาด ทำให้บราซิลต้องเพิ่มขีดความสามารถในการรับผู้เดินทางกลับ รัฐบาลชุดปัจจุบันมองโครงการนี้เป็น ‘ภาระหน้าที่ด้านมนุษยธรรม’ ที่ช่วยหลีกเลี่ยงภาพวุ่นวายที่เคยเกิดขึ้นเมื่อเที่ยวบินก่อนหน้านี้ปล่อยให้ผู้ถูกส่งตัวกลับต้องเผชิญตัวเองบนลานจอดเครื่องบิน
สำหรับนายจ้าง โดยเฉพาะในภาคก่อสร้างและเกษตรกรรมในมินัสเจไรส์และโกยาส ซึ่งมีตลาดแรงงานตึงตัวอย่างต่อเนื่อง การมาถึงของกลุ่มผู้เดินทางกลับถือเป็นแหล่งแรงงานที่มีศักยภาพ—หลายคนมีประสบการณ์ในสหรัฐฯ—ที่อาจมองหาโอกาสทำงานในท้องถิ่นหลังการตั้งถิ่นฐานใหม่ อย่างไรก็ตาม ทีมทรัพยากรบุคคลควรตระหนักว่าผู้เดินทางกลับมักไม่มีเอกสารบราซิลที่อัปเดต จึงอาจต้องมีความยืดหยุ่นและประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานแรงงานท้องถิ่นในกระบวนการรับเข้าทำงาน
ในด้านนโยบาย บราซิเลียยังคงกดดันวอชิงตันให้จัดตารางการส่งตัวกลับอย่างเป็นระเบียบและแจ้งข้อมูลสถานกงสุลมากขึ้น โดยชี้ว่าการส่งตัวกลับจำนวนมากโดยไม่ประสานงานสร้างภาระหนักต่องบประมาณบริการสังคมของเทศบาล การทดสอบบทสนทนานี้ครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นในเดือนมีนาคม เมื่อ ICE วางแผนจัดเที่ยวบินเช่าเหมาลำเพิ่มอีก 4 เที่ยว ‘Aqui é Brasil’ จะยังคงเป็นกลไกหลักในการรับมือผลกระทบทางมนุษย์ ขณะที่การเจรจาเรื่องการโยกย้ายถิ่นฐานในวงกว้างยังคงดำเนินต่อไป
แหล่งที่มา: Ministry of Human Rights & Citizenship (gov.br)