
กระทรวงยุติธรรมฟิลิปปินส์ยืนยันเมื่อวันที่ 25 เมษายน ว่ายังคงพยายามตรวจสอบตำแหน่งที่แน่ชัดของนักธุรกิจซัลดี โค ซึ่งถูกต้องการตัวในมะนิลาในข้อหาฉ้อโกงภาษีหลายล้านดอลลาร์ หลังจากที่เขาปรากฏตัวอีกครั้งในยุโรปกลาง ตามรายงานของสื่อฟิลิปปินส์และเยอรมัน โคถูกตำรวจสหพันธรัฐเยอรมันหยุดที่ด่านบาเรินบรึคเมื่อวันที่ 22 เมษายน ถูกปฏิเสธการเข้าเมืองและถูกส่งกลับสาธารณรัฐเช็ก ซึ่งเขาได้เข้าสู่เขตเชงเก้นเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านั้น ทางการเช็กยังไม่เปิดเผยว่าโคถูกจับกุมอย่างเป็นทางการหรือไม่ โดยระบุเพียงว่า “การเคลื่อนไหวถูกจำกัดรอการตรวจสอบเพิ่มเติม” ตามกฎเชงเก้น ประเทศที่รับตัวบุคคลจากประเทศที่สามเป็นครั้งแรกจะรับผิดชอบในการดำเนินการคำร้องขอส่งตัว ทำให้กรุงปรากกลายเป็นศูนย์กลางของการต่อสู้ทางกฎหมายที่อาจยืดเยื้อระหว่างฟิลิปปินส์และหลายเขตอำนาจในสหภาพยุโรป สำหรับบริษัทที่จ้างงานคนฟิลิปปินส์หรือพนักงานจากประเทศที่สาม กรณีนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าการแลกเปลี่ยนข้อมูลในเขตเชงเก้นกำลังเข้มงวดขึ้น ตั้งแต่ระบบเข้า-ออกเริ่มใช้เมื่อวันที่ 10 เมษายน การเข้าออกของพลเมืองนอกสหภาพยุโรปทุกครั้งจะถูกตรวจสอบโดยอัตโนมัติผ่านฐานข้อมูลของ EUROPOL และ Interpol ทีมงานดูแลการเคลื่อนย้ายควรตรวจสอบประวัติการเดินทางและสถานะวีซ่าของพนักงานให้เรียบร้อย เพราะการแจ้งเตือนในประเทศสมาชิกหนึ่งอาจนำไปสู่การตรวจสอบต่อเนื่องในอีกหลายร้อยกิโลเมตร เหตุการณ์นี้ยังสะท้อนถึงการใช้มาตรการรับกลับภายในเขตเชงเก้นที่เพิ่มขึ้น ซึ่งหมายถึงการส่งผู้เดินทางกลับไปยังประเทศที่รับตัวเข้าครั้งแรก แทนการเนรเทศทันที นายจ้างที่จัดทริปธุรกิจหลายประเทศควรเผื่อเวลาสำหรับการตรวจสอบหรือสัมภาษณ์เพิ่มเติมที่ด่านชายแดนภายในด้วย
แหล่งที่มา: newspapers.ph