
ในการเพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมือง รัฐบาลทรัมป์ได้ส่งเจ้าหน้าที่สอบสวนจากหน่วยงาน Homeland Security Investigations และสำนักงานผู้ตรวจสอบกระทรวงสาธารณสุขและบริการมนุษย์ ไปยังองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรอย่างน้อยหกแห่งที่ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่เด็กที่เดินทางมาโดยลำพัง อีเมลภายในที่ The Washington Post ได้รับเผยให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่กำลังขอข้อมูลแฟ้มคดี บันทึกทางการเงิน และข้อมูลผู้สนับสนุน เจ้าหน้าที่ระบุว่าจุดประสงค์คือการตรวจสอบการทุจริตหลังจากพบกรณีที่ผู้สนับสนุนที่ผ่านการตรวจสอบถูกตั้งข้อหาทางอาญา 16 กรณี ผู้วิจารณ์ชี้ว่ามีการจัดหาที่พักพิงให้เด็กนับแสนรายโดยไม่มีปัญหา และเตือนว่าการตรวจสอบครั้งนี้อาจทำให้เด็กไม่กล้าขอความช่วยเหลือและเพิ่มภาระให้กับศาลคนเข้าเมืองที่มีคดีค้างอยู่แล้ว การสอบสวนยังเปิดเผยว่า สำนักงานช่วยเหลือผู้ลี้ภัยเคยขอให้หน่วยงานตรวจสอบทางนิติเวชของกองทัพตรวจสอบใบแจ้งหนี้ขององค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ซึ่งเป็นการผสมผสานทรัพยากรทางทหารกับการบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมืองในภาคพลเรือนที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่ถูกยกเลิกไปเนื่องจากข้อกังวลเรื่อง Posse Comitatus สำหรับนายจ้างทั่วโลกที่สนับสนุนแรงงานต่างชาติ การสอบสวนนี้สะท้อนถึงสภาพแวดล้อมนโยบายที่เข้มงวดขึ้น แม้แต่ช่องทางคนเข้าเมืองที่เน้นด้านมนุษยธรรมก็ต้องเผชิญกับการตรวจสอบที่เพิ่มขึ้น บริษัทที่ดำเนินโครงการความรับผิดชอบต่อสังคมที่ร่วมมือกับองค์กรสนับสนุนแรงงานข้ามชาติควรเตรียมพร้อมสำหรับข้อกำหนดความรอบคอบที่เข้มงวดขึ้นและอาจถูกขอข้อมูลจากหน่วยงานรัฐบาลกลาง นักเคลื่อนไหวคาดการณ์ว่าจะเกิดการฟ้องร้องหากเจ้าหน้าที่สอบสวนเรียกข้อมูลลูกค้าที่ได้รับการคุ้มครองโดยไม่มีหมายศาล ซึ่งจะเป็นการทดสอบการคุ้มครองความลับขององค์กรไม่แสวงหาผลกำไรภายใต้กฎหมาย Trafficking Victims Protection Reauthorization Act
แหล่งที่มา: The Washington Post