
นักธุรกิจที่เดินทางเชื่อมต่อระหว่างนิวอิงแลนด์กับไอร์แลนด์เจอปัญหาใหญ่ในวันที่ 8 กรกฎาคม เมื่อสนามบินแบรดลีย์อินเตอร์เนชั่นแนล (BDL) ในรัฐคอนเนตทิคัต ประกาศยกเลิกเที่ยวบิน 5 เที่ยวและล่าช้าอีก 24 เที่ยว ข้อมูลจาก Nomad Lawyer เผยว่าเที่ยวบินประจำวันของ Aer Lingus รหัส EI 132/133 เส้นทางดับลิน มีอัตราความล่าช้าถึง 100% โดยดีเลย์เกิน 2 ชั่วโมง ส่งผลให้เที่ยวบินพลาดเวลาขึ้นบินอย่างมาก เนื่องจากแบรดลีย์มีเที่ยวบินข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกเพียงเที่ยวเดียว ความล่าช้านี้จึงส่งผลกระทบอย่างรุนแรง ผู้โดยสารที่เดินทางถึงดับลินหลังเที่ยงวันเสียโอกาสเชื่อมต่อเที่ยวบินไปยุโรปแผ่นดินใหญ่ในวันเดียวกัน ต้องถูกเปลี่ยนตั๋วหรือหาที่พักค้างคืน ผู้ส่งออกอาหารทะเลพรีเมียมของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นสินค้าคุณภาพสูงที่ขนส่งประจำเส้นทางนี้ ก็รายงานความกังวลเรื่องความเสียหายของสินค้า นักวิเคราะห์ด้านปฏิบัติการชี้ว่า สนามบินรองอย่าง BDL มีความเปราะบางสูงเมื่อเกิดปัญหาขาดแคลนลูกเรือหรือพายุฝนฟ้าคะนองในระบบการบินของสหรัฐฯ โดยสายการบินมักไม่จัดเตรียมเครื่องบินสำรองที่สนามบินเหล่านี้ ทำให้เที่ยวบินขาเข้าที่ล่าช้ากระทบต่อเที่ยวบินขาออกทันที สำหรับบริษัทไอริชที่มีฐานธุรกิจใหญ่ในกลุ่มอุตสาหกรรมยาและฟินเทคของนิวอิงแลนด์ คำแนะนำคือเผื่อเวลาการเดินทางหรือพิจารณาใช้สนามบินบอสตันโลแกนเป็นทางเลือกสำรอง Aer Lingus แจ้งลูกค้าว่าคาดว่าเที่ยวบินจะกลับมาเดินทางตรงเวลาในวันที่ 9 กรกฎาคม แต่เตือนว่าหากมีข้อจำกัดการควบคุมจราจรทางอากาศเพิ่มเติมตามแนวชายฝั่งตะวันออก อาจทำให้เกิดความล่าช้าอีก เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของการเคลื่อนย้ายทั่วโลก ที่ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นห่างไกลหลายพันกิโลเมตร สามารถทำให้ผู้บริหารที่เดินทางถึงไอร์แลนด์ติดขัด ส่งผลกระทบต่อกำหนดการประชุม การเปิดตัวโครงการ และการประสานงานห่วงโซ่อุปทาน
แหล่งที่มา: Nomad Lawyer