
ในปฏิบัติการที่เริ่มขึ้นในช่วงดึกของวันที่ 14 กรกฎาคม และอัปเดตในช่วงเช้าของวันที่ 15 กรกฎาคม 2026 ตำรวจสหพันธรัฐบราซิลได้ดำเนินการค้นหาและยึดทรัพย์สินในเมืองเซาโจเซดูสคัมปอส (รัฐเซาเปาโล) พร้อมออกหมายจับเพื่อคุมขังผู้ต้องสงสัยสองรายที่ถูกกล่าวหาว่ารับสมัครชาวบราซิลไปทำงานใน “ศูนย์หลอกลวง” ที่กัมพูชาและประเทศใกล้เคียง ตามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่สืบสวน ผู้รับสมัครได้สัญญางานบริการลูกค้าที่มีรายได้ดี จ่ายค่าตั๋วเครื่องบินให้ และเมื่อเหยื่อเดินทางถึงจะยึดหนังสือเดินทางไว้ จากนั้นเหยื่อจะถูกบังคับ—บ่อยครั้งภายใต้การข่มขู่ใช้ความรุนแรง—ให้ดำเนินการฉ้อโกงออนไลน์ที่มุ่งเป้าผู้บริโภคทั่วโลก คดีนี้เริ่มต้นขึ้นหลังจากกระทรวงการต่างประเทศได้ช่วยเหลือชาวบราซิลหลายคนที่หนีออกจากการถูกกักขังใกล้ชายแดนกัมพูชา-เวียดนาม หลักฐานจากโทรศัพท์และแอปส่งข้อความเข้ารหัสเผยให้เห็นว่าเครือข่ายนี้ดำเนินการมาตั้งแต่กลางปี 2025 โดยล่อลวงเยาวชนบราซิลหลายสิบคนผ่านโฆษณาบนโซเชียลมีเดีย ผู้ต้องสงสัยหลักรายหนึ่งอาศัยอยู่ในกัมพูชาตั้งแต่กรกฎาคม 2025 ขณะนี้ทางการได้ขอหมายแดงจากอินเตอร์โพลเพื่ออำนวยความสะดวกในการส่งตัวกลับประเทศ ผู้ต้องสงสัยรายที่สองจะต้องรับผิดชอบตามข้อกล่าวหาโดยอยู่ภายใต้การควบคุมของศาลในบราซิล ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้ามนุษย์ชี้ว่า บราซิลกำลังกลายเป็นประเทศต้นทางของเครือข่ายการแสวงหาประโยชน์จากแรงงานที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามพรมแดน สำหรับนายจ้างที่ดำเนินโครงการเคลื่อนย้ายแรงงาน เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการตรวจสอบอย่างเข้มงวดเมื่อต้องดำเนินการคำขอโอนย้ายไปยังเขตอำนาจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นว่าหน่วยงานบราซิลพึ่งพาข้อมูลข่าวกรองความเสี่ยงด้านการเข้าเมืองจากสถานกงสุลเพื่อเริ่มการสอบสวนอาชญากรรมภายในประเทศมากขึ้น บริษัทควรให้ข้อมูลแก่พนักงานที่เดินทางเกี่ยวกับกลวิธีการค้ามนุษย์ที่เกิดขึ้นใหม่ โดยเฉพาะการสัญญางาน “บริการลูกค้าระยะไกล” หรือ “การลงทุนคริปโต” ที่ต้องย้ายถิ่นฐาน และต้องมั่นใจว่าผู้ให้บริการช่วยเหลือฉุกเฉินสามารถติดต่อประสานงานกับสถานทูตบราซิลในภูมิภาคได้อย่างรวดเร็ว ตำรวจได้เปิดสายด่วนเฉพาะ (+55 11 2445 2212) สำหรับครอบครัวที่เชื่อว่าญาติอาจตกเป็นเหยื่อของแผนการลักษณะนี้
แหล่งที่มา: Polícia Federal