
ผลการสอบสวนเบื้องต้นจากหน่วยงานต่อต้านอาชญากรรมไซเบอร์ของสเปนชี้ว่า โพสต์ไวรัลบน TikTok และ Telegram ที่เผยแพร่ข้อมูลเท็จว่า สเปนได้ระงับการตรวจหนังสือเดินทาง เป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้เยาวชนชาวโมร็อกโกหลายพันคนเคลื่อนตัวไปยังเมืองเซอุตาอย่างรวดเร็ว สื่อ El País รายงานว่า วิดีโอที่แสดงให้เห็นผู้อพยพเฉลิมฉลองบนทางเดินริมทะเลของเซอุตานั้นถูกปลอมแปลงตำแหน่งทางภูมิศาสตร์และถูกขยายโดยเครือข่ายบอทที่มาจากนอกยุโรป เจ้าหน้าที่สอบสวนได้ติดตามบัญชีผู้ใช้กว่า 140 บัญชีที่ถูกสร้างขึ้นภายใน 48 ชั่วโมงหลังจากเหตุการณ์นี้ โดยหลายบัญชีใช้ภาพจากสงครามซีเรียที่นำกลับมาใช้ใหม่และติดป้ายว่า ‘Ceuta 2026’ ตำรวจแห่งชาติได้ขอความช่วยเหลือทางกฎหมายจากทางการโมร็อกโกเพื่อระบุตัวผู้สร้างเนื้อหา ขณะที่กระทรวงการเปลี่ยนแปลงดิจิทัลกำลังพิจารณาเรียกค่าปรับสูงสุดถึง 300,000 ยูโรต่อแพลตฟอร์มที่ไม่ลบข้อมูลเท็จภายในหนึ่งชั่วโมง สำหรับทีมงานด้านการเคลื่อนย้ายแรงงานทั่วโลก เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความรวดเร็วที่ข้อมูลการเดินทางปลอมสามารถส่งผลต่อการเคลื่อนย้ายผู้คนในโลกจริง บริษัทที่มีแรงงานหมุนเวียนในแอฟริกาเหนือจึงควรติดตามข่าวสารบนโซเชียลมีเดียและขออนุมัติล่วงหน้าหากมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเดินทางผ่านช่องทางทางการของสเปนหรือสหภาพยุโรป ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายชี้ว่า กฎหมาย ‘Digital Services Act’ ของสเปนในปี 2022 บังคับให้แพลตฟอร์มออนไลน์ขนาดใหญ่ต้องจัดตั้ง ‘โปรโตคอลวิกฤต’ ซึ่งยังไม่เคยถูกทดสอบในศาล หากบังคับใช้จริง แพลตฟอร์มเหล่านี้อาจต้องแสดงคำแนะนำการเดินทางที่ได้รับการรับรองจากรัฐบาลไว้บนสุดของผลการค้นหา คล้ายกับแบนเนอร์ COVID-19 ที่ใช้ในปี 2020 รายงานของรัฐบาลซึ่งจะเผยแพร่สู่สาธารณะในสัปดาห์หน้า คาดว่าจะเสนอระบบแจ้งเตือนด่วนที่เชื่อมโยงหน่วยงานชายแดนกับโซเชียลเน็ตเวิร์ก เพื่อช่วยตรวจสอบและลบข่าวลวงไวรัลก่อนที่จะก่อให้เกิดการเคลื่อนย้ายของกลุ่มคนจำนวนมากที่อาจเป็นอันตรายได้
แหล่งที่มา: El País