
กลุ่มผู้ประท้วงที่มีการจัดการอย่างเข้มงวดจากกลุ่ม Patriot Platform ที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นและองค์กรฝ่ายขวาจัดอื่น ๆ ได้จุดประกายการถกเถียงเรื่องการข้ามช่องแคบอังกฤษอย่างผิดกฎหมายอีกครั้ง ในขณะที่ตัวเลขทางการแสดงให้เห็นว่าการย้ายถิ่นโดยรวมลดลงอย่างมาก เมื่อวันที่ 5 กันยายน ผู้ประท้วงที่สวมหน้ากากได้ปิดถนนทางเข้าท่าเรือที่ Dover และ Portsmouth ชั่วคราว พร้อมตะโกนว่า “หยุดเรือ” และพยายามขัดขวางไม่ให้ผู้ลี้ภัย 120 คนลงจากเรือ แม้ตำรวจจะแยกผู้ชุมนุมออกอย่างรวดเร็ว คลิปวิดีโอเหล่านี้กลับถูกเผยแพร่ในโซเชียลมีเดียอย่างกว้างขวางและได้รับการสนับสนุนจากผู้นำ Reform UK และ Restore Britain นายกรัฐมนตรีแอนดี้ เบอร์แฮม ประณามการกระทำนี้ว่าเป็น “การข่มขู่แบบอันธพาล” ขณะที่ลี แอนเดอร์สัน รองผู้นำ Reform UK ชื่นชมผู้ประท้วง เวลานี้น่าสนใจมาก: สถิติของกระทรวงมหาดไทยในช่วงแปดเดือนแรกของปี 2026 แสดงให้เห็นว่าการมาถึงด้วยเรือเล็กลดลง 44% เมื่อเทียบกับปี 2025 การย้ายถิ่นสุทธิโดยรวมลดลงเกือบครึ่งตั้งแต่ปี 2024 หลังจากที่รัฐบาล Conservative และ Labour ปรับกฎการรวมครอบครัวและวีซ่าทำงานอย่างเข้มงวด อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจของ Migration Observatory ชี้ว่า 43% ของชาวอังกฤษยังคงมองว่าการย้ายถิ่นเป็นปัญหาสำคัญ แสดงให้เห็นว่าความรับรู้ยังคงแตกต่างจากความเป็นจริง นักวิเคราะห์เตือนว่าภาพลักษณ์ของเรือเล็กจะยังคงบดบังประเด็นระยะยาวเกี่ยวกับตลาดแรงงาน เช่น การขาดแคลนทักษะในด้านสุขภาพและเทคโนโลยี เว้นแต่รัฐบาลจะปรับปรุงการสื่อสาร สำหรับทีมงานด้านความเคลื่อนไหวระดับโลก เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าแม้แต่การเปลี่ยนแปลงปฏิบัติการเล็กน้อย (เช่น การย้ายกระบวนการขอลี้ภัยออกจากโรงแรม) ก็อาจกลายเป็นจุดชนวนและสร้างความเสี่ยงด้านชื่อเสียงให้กับนายจ้างที่ส่งพนักงานมายังสหราชอาณาจักร ในระยะสั้น บริษัทที่มีห่วงโซ่อุปทานข้ามช่องแคบไม่น่าจะได้รับผลกระทบโดยตรง แต่ควรติดตามความปลอดภัยในพื้นที่ท่าเรือและเตรียมพร้อมรับมือการประท้วงฉุกเฉินที่อาจทำให้การขนส่งสินค้าและบุคลากรล่าช้าได้
แหล่งที่มา: Le Monde (English edition)