
เป็นครั้งแรกของเมืองที่คณะกรรมการกิจการเลือกตั้ง (EAC) และการท่าอากาศยานฮ่องกงได้เปิดหน่วยเลือกตั้งที่ทำงานเต็มรูปแบบภายในอาคารผู้โดยสาร 2 ของสนามบินนานาชาติฮ่องกง และที่ห้องรับส่งผู้โดยสารสะพานฮ่องกง-จูไห่-มาเก๊า ในการเลือกตั้งสภานิติบัญญัติเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ผู้โดยสารที่ถือบัตรขึ้นเครื่องในวันเดียวกัน หรือใบอนุญาตใช้รถในกรณีผู้ใช้สะพาน สามารถลงคะแนนเสียงหลังผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยได้ทันที ด้วยตู้ลงทะเบียนผู้มีสิทธิเลือกตั้งแบบไบโอเมตริกซ์ที่เชื่อมต่อกับระบบของกรมตรวจคนเข้าเมือง
นวัตกรรมนี้แก้ปัญหาที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เดินทางบ่อยทั่วโลกของฮ่องกงเผชิญอยู่เสมอ คือวันเลือกตั้งมักตรงกับช่วงเวลาที่มีผู้โดยสารออกนอกประเทศจำนวนมาก ทำให้ผู้เดินทางเพื่อธุรกิจและนักท่องเที่ยวต้องเลือกระหว่างหน้าที่พลเมืองกับแผนการเดินทาง กลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ ชื่นชมการดำเนินการนี้ โดยคณะกรรมการตัวแทนสายการบินฮ่องกงรายงานว่าปริมาณผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 12% จากค่าเฉลี่ยรายสัปดาห์หลังจากปัญหา ‘เลือกตั้งหรือบิน’ ถูกแก้ไข
ในด้านการปฏิบัติ หน่วยเลือกตั้งในฝั่งอากาศต้องการการประสานงานอย่างเข้มงวด ผู้โดยสารต้องสแกนบัตรประชาชนฮ่องกงและบัตรขึ้นเครื่อง ระบบจะตรวจสอบการลงคะแนนซ้ำทันทีและอัปเดตจำนวนผู้มาใช้สิทธิ ความปลอดภัยดูแลโดยบริษัทรักษาความปลอดภัยการบินและเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง พร้อมทางเดินพิเศษที่ปลอดเชื้อเพื่อให้ผู้ลงคะแนนไม่ปะปนกับผู้โดยสารขาเข้าที่ยังไม่ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง
ผู้จัดการฝ่ายเดินทางขององค์กรควรวางแผนเผื่อเวลารอที่สนามบินเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ประมาณ 5-10 นาที สำหรับพนักงานที่เดินทางในวันเลือกตั้งในอนาคต เนื่องจากรัฐบาลได้สัญญาว่าจะนำโมเดลนี้ไปใช้ในครั้งเลือกตั้งถัดไป ความสำเร็จของโครงการนำร่องนี้ยังเปิดโอกาสให้เกิดแนวคิด ‘บริการรัฐบาลในระหว่างเดินทาง’ อื่นๆ เช่น เคาน์เตอร์ตรวจสอบสินค้าขาออกล่วงหน้าสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านสินค้า หรือการคืนภาษี ณ จุดเดียวสำหรับนักท่องเที่ยวที่พักระยะสั้น
คณะกรรมการกิจการเลือกตั้งระบุว่าข้อมูลการมาใช้สิทธิจากหน่วยเลือกตั้งพิเศษนี้จะถูกนำไปวิเคราะห์หลังการเลือกตั้ง อาจมีการปรับอัตรากำลังคนหรือเพิ่มตู้ลงทะเบียนที่จุดผ่านแดนทางบกเพื่ออำนวยความสะดวกในการลงคะแนนข้ามพรมแดนให้ดียิ่งขึ้น
นวัตกรรมนี้แก้ปัญหาที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เดินทางบ่อยทั่วโลกของฮ่องกงเผชิญอยู่เสมอ คือวันเลือกตั้งมักตรงกับช่วงเวลาที่มีผู้โดยสารออกนอกประเทศจำนวนมาก ทำให้ผู้เดินทางเพื่อธุรกิจและนักท่องเที่ยวต้องเลือกระหว่างหน้าที่พลเมืองกับแผนการเดินทาง กลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ ชื่นชมการดำเนินการนี้ โดยคณะกรรมการตัวแทนสายการบินฮ่องกงรายงานว่าปริมาณผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 12% จากค่าเฉลี่ยรายสัปดาห์หลังจากปัญหา ‘เลือกตั้งหรือบิน’ ถูกแก้ไข
ในด้านการปฏิบัติ หน่วยเลือกตั้งในฝั่งอากาศต้องการการประสานงานอย่างเข้มงวด ผู้โดยสารต้องสแกนบัตรประชาชนฮ่องกงและบัตรขึ้นเครื่อง ระบบจะตรวจสอบการลงคะแนนซ้ำทันทีและอัปเดตจำนวนผู้มาใช้สิทธิ ความปลอดภัยดูแลโดยบริษัทรักษาความปลอดภัยการบินและเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง พร้อมทางเดินพิเศษที่ปลอดเชื้อเพื่อให้ผู้ลงคะแนนไม่ปะปนกับผู้โดยสารขาเข้าที่ยังไม่ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง
ผู้จัดการฝ่ายเดินทางขององค์กรควรวางแผนเผื่อเวลารอที่สนามบินเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ประมาณ 5-10 นาที สำหรับพนักงานที่เดินทางในวันเลือกตั้งในอนาคต เนื่องจากรัฐบาลได้สัญญาว่าจะนำโมเดลนี้ไปใช้ในครั้งเลือกตั้งถัดไป ความสำเร็จของโครงการนำร่องนี้ยังเปิดโอกาสให้เกิดแนวคิด ‘บริการรัฐบาลในระหว่างเดินทาง’ อื่นๆ เช่น เคาน์เตอร์ตรวจสอบสินค้าขาออกล่วงหน้าสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านสินค้า หรือการคืนภาษี ณ จุดเดียวสำหรับนักท่องเที่ยวที่พักระยะสั้น
คณะกรรมการกิจการเลือกตั้งระบุว่าข้อมูลการมาใช้สิทธิจากหน่วยเลือกตั้งพิเศษนี้จะถูกนำไปวิเคราะห์หลังการเลือกตั้ง อาจมีการปรับอัตรากำลังคนหรือเพิ่มตู้ลงทะเบียนที่จุดผ่านแดนทางบกเพื่ออำนวยความสะดวกในการลงคะแนนข้ามพรมแดนให้ดียิ่งขึ้น
แหล่งที่มา: VisaHQ Global Mobility News