
ประธานาธิบดีทรัมป์ลงนามในคำสั่งบริหาร “การรับรองความถูกต้องของสัญชาติและความโปร่งใสในการเลือกตั้งระดับรัฐบาลกลาง” เมื่อวันที่ 31 มีนาคม โดยกำหนดให้กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิและสำนักงานประกันสังคมจัดทำรายชื่อหลักของพลเมืองสหรัฐที่มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียง และส่งต่อให้แต่ละรัฐล่วงหน้า 60 วันก่อนการเลือกตั้งระดับรัฐบาลกลาง แม้ว่าคำสั่งนี้จะเน้นเรื่องการบริหารจัดการเลือกตั้งเป็นหลัก แต่ก็มีผลกระทบทันทีต่อการปฏิบัติตามกฎหมายตรวจสอบสถานะผู้อพยพ ข้อมูลจาก USCIS รวมถึงวันที่ได้รับสัญชาติและบันทึกโปรแกรม SAVE จะถูกนำมาใช้ในรายชื่อดังกล่าว ทำให้องค์กรต้องเร่งตรวจสอบสถานะพลเมือง คิวการขอสัญชาติอาจได้รับการเร่งความสำคัญ แต่กลุ่มผู้ปกป้องความเป็นส่วนตัวเตือนว่าข้อมูลผิดพลาดอาจทำให้เกิดการแจ้งเตือนผิดว่าไม่ใช่พลเมือง ส่งผลกระทบต่อการออกหนังสือเดินทาง การปฏิบัติตาม REAL ID และแม้แต่การต่ออายุ TSA PreCheck สำหรับทีมงานที่ดูแลการเคลื่อนย้ายบุคลากรทั่วโลก คำสั่งนี้หมายความว่าพนักงานที่รอการรับสัญชาติหรือการแก้ไขใบรับรองควรรีบยื่นเอกสารอัปเดตเพื่อไม่ให้ถูกตัดชื่อออกจากทะเบียนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งของรัฐ คำสั่งยังสั่งให้ผู้อำนวยการไปรษณีย์เสนอข้อกำหนดการติดตามบาร์โค้ดสำหรับซองบัตรเลือกตั้งทางไปรษณีย์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่อาศัยอยู่ต่างประเทศและใช้บริการส่งจดหมายผ่านถุงจดหมายทางการทูต รัฐที่ปฏิเสธไม่รวมรายชื่อใหม่นี้อาจเสี่ยงถูกตัดงบประมาณจากรัฐบาลกลาง นำไปสู่การใช้มาตรการที่แตกต่างกันในแต่ละรัฐ บริษัทที่มีพนักงานในประเทศจำนวนมากควรติดตามว่าหน่วยงาน DMV ของรัฐเริ่มตรวจสอบใบสมัคร REAL ID กับรายชื่อพลเมืองของรัฐบาลกลางหรือไม่ ซึ่งอาจทำให้การต่ออายุใบขับขี่ที่จำเป็นสำหรับการใช้รถบริษัทล่าช้าได้
แหล่งที่มา: The White House