
กรมศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐฯ ยืนยันเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคมว่า โปรแกรม Mobile Passport Control (MPC) ขยายครอบคลุมจุดผ่านแดนแล้วถึง 63 แห่ง หลังเปิดให้บริการอย่างเงียบๆ ที่สนามบินก่อนขึ้นเครื่อง 3 แห่งในหมู่เกาะเวอร์จินของสหรัฐฯ แอปพลิเคชัน MPC บนสมาร์ทโฟนช่วยให้นักเดินทางที่มีสิทธิ์—เช่น พลเมืองสหรัฐฯ ผู้พำนักถาวร แคนาดาที่ถือวีซ่า B-1/B-2 และผู้ถือ ESTA ที่กลับเข้าประเทศ—สามารถส่งข้อมูลหนังสือเดินทางและแบบฟอร์มศุลกากรผ่านระบบดิจิทัล จากนั้นใช้ช่องทางด่วนเฉพาะได้ การขยายบริการครั้งนี้ครอบคลุมสนามบินนานาชาติบนแผ่นดินใหญ่ 38 แห่ง, สถานที่ตรวจคนเข้าเมืองล่วงหน้า 14 แห่งในต่างประเทศ, สถานที่ใหม่ในหมู่เกาะเวอร์จิน, ท่าเรือ 4 แห่ง และจุดผ่านแดนคนเดินเท้าบริเวณชายแดนใต้ เจ้าหน้าที่ CBP ระบุว่า MPC เป็นทางเลือกเสริม ไม่ใช่ตัวแทนของโปรแกรม Trusted Traveler เช่น Global Entry โดยเหมาะสำหรับผู้โดยสารที่เดินทางไม่บ่อยหรือรอคิวสัมภาษณ์ Global Entry ที่ยังล่าช้าในหลายเมือง สำหรับทีมดูแลการเคลื่อนย้ายพนักงาน การแนะนำให้พนักงานย้ายถิ่นฐานและนักธุรกิจที่เดินทางบ่อยดาวน์โหลด MPC จะช่วยลดเวลารอผ่านด่านได้ 15–30 นาที โดยเฉพาะที่สนามบินขนาดใหญ่เช่น JFK, Miami และ LAX ที่บางครั้งเครื่องตรวจอัตโนมัติอาจขัดข้อง ผู้จัดการฝ่ายเดินทางควรทราบว่าพนักงานยังต้องพกหนังสือเดินทางตัวจริงและพร้อมสำหรับการตรวจสอบเพิ่มเติมแบบสุ่ม คณะกรรมการส่งเสริมการท่องเที่ยวในหมู่เกาะเวอร์จินชื่นชมการเปิดตัวนี้ โดยคาดว่าคิวที่สั้นลงจะช่วยสนับสนุนการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวในฤดูร้อนถึง 12% ผู้ประกอบการเรือสำราญก็ยินดีที่ MPC เปิดใช้ที่ท่าเรือ 4 แห่งในสหรัฐฯ เพราะจะช่วยให้การลงเรือเร็วขึ้น ทำให้ทริปชายฝั่งเริ่มได้เร็วขึ้นและลดค่าจอดเรือ CBP แจ้งว่าจะขยายบริการไปยังท่าเรือเพิ่มเติมและสะพานคนเดินข้ามชายแดนที่ San Diego’s Cross Border Xpress ภายในสิ้นปีนี้ ผู้ใช้แอปฯ ได้ตั้งคำถามเรื่องความเป็นส่วนตัวเกี่ยวกับการเก็บข้อมูลชีวมิติ CBP ยืนยันว่ารูปถ่ายถูกเข้ารหัสและลบออกจากเซิร์ฟเวอร์ของรัฐภายใน 12 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม บริษัทข้ามชาติอาจต้องปรับปรุงนโยบายคุ้มครองข้อมูลสำหรับพนักงานที่ใช้ MPC บนโทรศัพท์ของบริษัท โดยชี้แจงว่าข้อมูลชีวมิติที่ส่งผ่านจะถูกประมวลผลโดย CBP ไม่ใช่โดยนายจ้าง
แหล่งที่มา: iVisa News