
ข้อมูลล่าสุดที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคมโดยสำนักงานการท่องเที่ยวและการเดินทางแห่งชาติ (NTTO) ระบุว่าสหรัฐอเมริกาต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแค่ 2.6 ล้านคนในเดือนเมษายน 2026 ลดลง 14.1% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งลบล้างการเติบโตที่เกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม การเดินทางเข้ามาลดลงในทุกภูมิภาคหลักของโลก โดยเฉพาะจากยุโรปตะวันตก ตะวันออกกลาง และแอฟริกา เนื่องจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และราคาตั๋วเครื่องบินที่สูงขึ้น การลดลงนี้ทำให้ความหวังในการฟื้นตัวเต็มรูปแบบก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ลดน้อยลง และส่งสัญญาณความท้าทายต่อภาคธุรกิจโรงแรมและการบริการ สายการบินและเครือโรงแรมเคยคาดหวังการเติบโตของนักท่องเที่ยวต่างชาติเพื่อชดเชยความต้องการท่องเที่ยวภายในประเทศที่อ่อนตัว แต่ตอนนี้หลายแห่งต้องทบทวนการคาดการณ์รายได้และแผนการจ้างงาน สำหรับทีมดูแลความเคลื่อนไหวของพนักงานต่างประเทศ ปริมาณนักท่องเที่ยวที่ลดลงอาจช่วยลดคิวรอรับนัดที่สถานกงสุลสหรัฐในต่างประเทศได้บ้าง แต่ NTTO เตือนว่ายังคงมีเวลารอวีซ่านานกว่า 150 วันในหลายตลาด ผู้ซื้อบริการท่องเที่ยวควรเตรียมรับมือกับความผันผวนของราคาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสายการบินปรับกำลังการบินและต้นทุนเชื้อเพลิงที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง องค์กรส่งเสริมการท่องเที่ยวกำลังผลักดันกระทรวงพาณิชย์เพื่อขอเงินทุนฉุกเฉินฟื้นฟูความต้องการ โดยมีข้อเสนอเช่นการขยายโครงการยกเว้นวีซ่าและลงทุนในโครงการลงทะเบียน Global Entry เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางเมื่อความสนใจกลับมาเพิ่มขึ้น นักวิเคราะห์คาดว่าการเดินทางเข้าประเทศอาจไม่กลับสู่ระดับปี 2019 จนถึงปี 2029 ช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้สองปี ซึ่งอาจชะลอการเติบโตของงานในเมืองที่มีการจัดประชุมใหญ่ เช่น ออร์แลนโด ลาสเวกัส และนิวยอร์ก
แหล่งที่มา: Skift