
ในวันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม 2026 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อมิต ชาห์ ได้เปิดตัว “บทใหม่ของการบริหารงานที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี” ด้วยการแนะนำแพลตฟอร์มใหม่สองระบบ ได้แก่ บัตรพลเมืองต่างประเทศอิเล็กทรอนิกส์ (e-OCI) และพอร์ทัลกฎหมายควบคุมเงินบริจาคต่างประเทศฉบับปรับปรุงใหม่ที่เรียกว่า “FCRA 2.0” ระบบ e-OCI จะมาแทนที่สมุดเล่มเล็กแบบเดิมด้วยข้อมูลดิจิทัลที่เชื่อมโยงกับชิปในหนังสือเดินทางและฐานข้อมูลการเดินทางของกรมตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่ชายแดนจะสามารถตรวจสอบสถานะได้แบบเรียลไทม์ ลดการประทับตราด้วยมือ และช่วยสายการบินคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้า ผู้ถือสมุดเล่มเดิมจะเปลี่ยนไปใช้ระบบใหม่อย่างค่อยเป็นค่อยไปในช่วงต่ออายุหนังสือเดินทาง ส่วนผู้สมัครใหม่จะดำเนินการออนไลน์เต็มรูปแบบและอัปโหลดข้อมูลชีวมิติที่ศูนย์ลงทะเบียนที่กำหนด พอร์ทัล FCRA ที่ปรับปรุงใหม่จะทำให้ทุกขั้นตอนการปฏิบัติตามกฎระเบียบขององค์กรไม่แสวงหากำไรที่รับเงินทุนจากต่างประเทศเป็นดิจิทัล แม้จะไม่ใช่มาตรการด้านการเคลื่อนย้ายโดยตรง แต่แพลตฟอร์มนี้เชื่อมโยงกับฐานข้อมูลความมั่นคงแห่งชาติเดียวกับระบบตรวจคนเข้าเมือง ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถมองเห็นข้อมูลของหน่วยงานและบุคคลต่างชาติที่ทำกิจกรรมในอินเดียได้อย่างรวดเร็ว ชาห์กล่าวว่าการเปิดตัวทั้งสองระบบนี้จะ “เพิ่มความโปร่งใส ลดงานเอกสาร และปิดช่องโหว่ที่เครือข่ายผิดกฎหมายใช้ประโยชน์” สำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านการเคลื่อนย้ายแรงงาน การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือระบบ e-OCI ปัจจุบันมีชาวอินเดียเชื้อสายต่างประเทศประมาณ 4.2 ล้านคนที่พึ่งพาสถานะ OCI เพื่อทำงานและอยู่อาศัยระยะยาว และหลายบริษัทใช้สถานะนี้ในการแต่งตั้งผู้นำระดับสูงในประเทศ การยกเลิกเอกสารกระดาษจะช่วยให้ง่ายต่อการรับเข้าทำงานและกลับเข้าประเทศหลังภารกิจต่างประเทศ แต่ทีมทรัพยากรบุคคลต้องปรับปรุงขั้นตอนปฏิบัติงานให้พนักงานต้องมีบัตรดิจิทัลในรูปแบบ PDF พร้อมรหัส QR บนโทรศัพท์หรือสำเนาที่พิมพ์ไว้จนกว่าสายการบินจะเชื่อมต่อ API อย่างเต็มที่ ที่ปรึกษาด้านตรวจคนเข้าเมืองยังชี้ว่า e-OCI จะเปิดโอกาสให้ลงทะเบียนอัตโนมัติในโปรแกรมเช่น Fast-Track Immigration และช่องทางผู้เดินทางที่เชื่อถือได้ในอนาคต บริษัทอาจต้องวางแผนงบประมาณสำหรับการจัดกิจกรรมลงทะเบียนกลุ่มหรือการบรรยายพนักงานเมื่อพอร์ทัลเริ่มใช้งานจริง
แหล่งที่มา: Akses (Indonesia)