
สำนักงานบริการชายแดนแคนาดา (CBSA) ประกาศเมื่อวันที่ 14 กันยายนว่า ได้ดำเนินการส่งตัวบุคคล 111 คนที่เกี่ยวข้องกับแผนการรีดไถทั่วประเทศออกจากแคนาดาภายใต้พระราชบัญญัติการคุ้มครองผู้อพยพและผู้ลี้ภัย โดยเจ้าหน้าที่ได้ออกคำสั่งส่งตัวทั้งหมด 188 คำสั่งตั้งแต่เริ่มโครงการ โดยให้ความสำคัญกับกรณีในบริติชโคลัมเบีย พื้นที่ทุ่งหญ้า และเขตมหานครโตรอนโต การเพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากได้รับงบประมาณ 30.4 ล้านดอลลาร์แคนาดาในปี 2025 ภายใต้แผนชายแดนของแคนาดา เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการส่งตัวผู้ที่ไม่พึงประสงค์ให้ได้ปีละ 20,000 ราย CBSA ระบุว่า ปัจจุบันส่งตัวผู้ที่ไม่มีสิทธิ์เข้าประเทศประมาณ 400 คนต่อสัปดาห์ โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมและเครือข่ายอาชญากรรมองค์กร กรณีเด่น 4 คดีล่าสุด รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนและการกักขังโดยใช้กำลัง แสดงให้เห็นถึงนโยบายไม่อดทนต่อการกระทำผิดของหน่วยงานนี้ รัฐมนตรีความมั่นคงสาธารณะ แกรี อนันดาสังการี เน้นย้ำว่าการปฏิบัติการนี้เป็นเรื่องจำเป็นเพื่อความปลอดภัยของประชาชน โดยเน้นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานและการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรอง บริษัทที่จ้างแรงงานต่างชาติควรตรวจสอบความถูกต้องของใบอนุญาตทำงานและสิทธิ์การเข้าประเทศเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการขาดแคลนแรงงานอย่างไม่คาดคิด CBSA กระตุ้นให้ประชาชนแจ้งเบาะแสผ่านสายด่วน Border Watch Line เพื่อสนับสนุนการใช้ข้อมูลจากชุมชนอย่างต่อเนื่อง การประกาศครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าการบังคับใช้กฎหมายกำลังเร่งตัวขึ้นควบคู่ไปกับเป้าหมายการรับผู้อพยพที่ทะเยอทะยานของแคนาดา นายจ้างและที่ปรึกษาด้านการเข้าเมืองควรเตรียมพร้อมรับการตรวจสอบสถานที่ทำงานและคำขอข้อมูลประวัติที่เพิ่มขึ้นเมื่อ CBSA ขยายทรัพยากรการสืบสวน
แหล่งที่มา: Canada Border Services Agency