
กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ ประกาศใช้กฎระเบียบฉบับสุดท้าย “การเก็บข้อมูลชีวมิติจากชาวต่างชาติเมื่อเข้าสหรัฐและออกจากสหรัฐ” อย่างเป็นทางการเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยกำหนดให้มีการสแกนใบหน้า และในอนาคตจะเพิ่มการเก็บข้อมูลม่านตาและลายนิ้วมือที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองทุกแห่งทั่วประเทศ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป กฎใหม่นี้จะยกเลิกข้อยกเว้นเดิมสำหรับนักการทูต นักท่องเที่ยวชาวแคนาดาส่วนใหญ่ และเด็กอายุต่ำกว่า 14 ปี ทำให้ชาวต่างชาติแทบทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยว นักเรียน คนทำงานชั่วคราว หรือผู้ถือกรีนการ์ด ต้องเข้าสู่ระบบเก็บข้อมูลชีวมิติ
เจ้าหน้าที่ศุลกากรและป้องกันชายแดน (CBP) จะถ่ายภาพผู้เดินทางแต่ละคนและเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลของรัฐในเวลาไม่กี่วินาที ขณะที่ประตูออกจะบันทึกการเดินทางออกเพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการติดตามผู้ที่อยู่เกินกำหนด กระทรวงความมั่นคงฯ ระบุว่ากฎนี้จะปิดช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่มีมาตั้งแต่หลังเหตุการณ์ 9/11 แต่กลุ่มผู้สนับสนุนสิทธิความเป็นส่วนตัวเตรียมฟ้องร้องเรื่องระยะเวลาการเก็บข้อมูลที่ยาวนานถึง 75 ปีสำหรับชาวต่างชาติ
ในแง่การเดินทาง บริษัทข้ามชาติจำเป็นต้องแจ้งให้พนักงานที่ได้รับมอบหมายและนักธุรกิจระยะสั้นทราบถึงผลกระทบหากปฏิเสธการเก็บข้อมูล เช่น อาจถูกปฏิเสธขึ้นเครื่อง ปฏิเสธการเข้าเมือง หรือยกเลิกสิทธิประโยชน์ด้านการเข้าเมือง บริษัทที่มีพนักงานข้ามพรมแดนจำนวนมาก โดยเฉพาะเส้นทางสหรัฐ-แคนาดา และสหรัฐ-เม็กซิโก ควรวางแผนรับมือกับคิวตรวจคนเข้าเมืองที่อาจยาวขึ้นในไตรมาสแรกของการเริ่มใช้กฎ และเผื่อเวลาการเดินทางในช่วงที่มีผู้เดินทางหนาแน่น
สนามบินและท่าเรือที่มีประตูอิเล็กทรอนิกส์จะได้รับผลกระทบน้อย แต่จุดผ่านแดนทางบกอาจต้องใช้กล้องเคลื่อนที่ในช่วงแรก ทำให้เกิดความกังวลเรื่องการจราจรติดขัด กระทรวงความมั่นคงฯ เปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนจนถึงวันที่ 26 พฤศจิกายนนี้ โดยย้ำว่าการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นก่อนบังคับใช้จะเป็นเพียงเรื่องเทคนิค ไม่ใช่เนื้อหาหลักของกฎใหม่
เจ้าหน้าที่ศุลกากรและป้องกันชายแดน (CBP) จะถ่ายภาพผู้เดินทางแต่ละคนและเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลของรัฐในเวลาไม่กี่วินาที ขณะที่ประตูออกจะบันทึกการเดินทางออกเพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการติดตามผู้ที่อยู่เกินกำหนด กระทรวงความมั่นคงฯ ระบุว่ากฎนี้จะปิดช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่มีมาตั้งแต่หลังเหตุการณ์ 9/11 แต่กลุ่มผู้สนับสนุนสิทธิความเป็นส่วนตัวเตรียมฟ้องร้องเรื่องระยะเวลาการเก็บข้อมูลที่ยาวนานถึง 75 ปีสำหรับชาวต่างชาติ
ในแง่การเดินทาง บริษัทข้ามชาติจำเป็นต้องแจ้งให้พนักงานที่ได้รับมอบหมายและนักธุรกิจระยะสั้นทราบถึงผลกระทบหากปฏิเสธการเก็บข้อมูล เช่น อาจถูกปฏิเสธขึ้นเครื่อง ปฏิเสธการเข้าเมือง หรือยกเลิกสิทธิประโยชน์ด้านการเข้าเมือง บริษัทที่มีพนักงานข้ามพรมแดนจำนวนมาก โดยเฉพาะเส้นทางสหรัฐ-แคนาดา และสหรัฐ-เม็กซิโก ควรวางแผนรับมือกับคิวตรวจคนเข้าเมืองที่อาจยาวขึ้นในไตรมาสแรกของการเริ่มใช้กฎ และเผื่อเวลาการเดินทางในช่วงที่มีผู้เดินทางหนาแน่น
สนามบินและท่าเรือที่มีประตูอิเล็กทรอนิกส์จะได้รับผลกระทบน้อย แต่จุดผ่านแดนทางบกอาจต้องใช้กล้องเคลื่อนที่ในช่วงแรก ทำให้เกิดความกังวลเรื่องการจราจรติดขัด กระทรวงความมั่นคงฯ เปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนจนถึงวันที่ 26 พฤศจิกายนนี้ โดยย้ำว่าการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นก่อนบังคับใช้จะเป็นเพียงเรื่องเทคนิค ไม่ใช่เนื้อหาหลักของกฎใหม่
แหล่งที่มา: Identity Week