
สนามบินในโปรตุเกสออกประกาศเตือนว่าผู้โดยสารที่ไม่ใช่ชาวสหภาพยุโรป รวมถึงชาวบราซิลที่เดินทางเข้าประเทศมากกว่า 3 ล้านคนต่อปี อาจต้องเผชิญกับเวลารอผ่านด่านตรวจหนังสือเดินทางนานถึง 2 ชั่วโมงในช่วงเทศกาลอีสเตอร์ การเตือนนี้เผยแพร่เมื่อวันที่ 1 เมษายน หลังจากโปรตุเกสเร่งดำเนินการให้ทันกำหนดส่งข้อมูลผู้เดินทาง 100% ภายใต้ระบบดิจิทัล Entry/Exit System (EES) ที่สหภาพยุโรปกำหนดไว้ก่อนเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการในวันที่ 9 เมษายน ภายใต้ระบบ EES ผู้เดินทางครั้งแรกต้องสแกนลายนิ้วมือหรือภาพใบหน้า พร้อมสแกนหนังสือเดินทางเข้าสู่ฐานข้อมูลกลางแทนการประทับตราแบบเดิม สมาคมสนามบิน ACI Europe และสมาคมสายการบิน A4E เตือนว่าขั้นตอนเพิ่มเติมนี้อาจทำให้เวลาผ่านด่านเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในช่วงเปลี่ยนผ่าน สนามบินลิสบอน, ปอร์โต และฟาโร ซึ่งเป็นจุดผ่านหลักของนักท่องเที่ยวและผู้บริหารชาวบราซิลที่เดินทางต่อไปยังประเทศในเขตเชงเก้น คาดว่าจะมีความแออัดมากที่สุด ผู้จัดการโปรแกรมเดินทางควรแนะนำพนักงานที่เดินทางผ่านโปรตุเกสให้เผื่อเวลาต่อเครื่องนานขึ้น และหากเป็นไปได้ให้ใช้ช่องทางบริการตนเองด้วยระบบไบโอเมตริกหลังลงทะเบียนแล้ว สำหรับชาวบราซิลที่ถือสัญชาติยุโรปคู่ คิวจะสั้นกว่า แต่ผู้ที่ใช้หนังสือเดินทางบราซิลจะต้องผ่านการตรวจสอบอย่างละเอียดตามมาตรฐานของประเทศที่สาม ระบบ Electronic Travel Information and Authorisation System (ETIAS) ที่จะเริ่มใช้ในปี 2026 จะเพิ่มขั้นตอนก่อนเดินทางอีกชั้นหนึ่ง ทำให้การเตรียมตัวล่วงหน้ามีความสำคัญมากขึ้น ผู้ประกอบการทัวร์กังวลว่าข่าวลบอาจทำให้การจองในนาทีสุดท้ายช่วงอีสเตอร์ลดลง แต่เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าความล่าช้าจะลดลงเมื่อฐานข้อมูลมีข้อมูลไบโอเมตริกของผู้เดินทางที่กลับมาแล้ว ขณะเดียวกันมีการทดลองใช้แอปจัดการคิวบนมือถือ และเพิ่มเจ้าหน้าที่จากสนามบินภูมิภาคที่มีผู้โดยสารน้อย สำหรับบริษัทที่เดินทางบ่อยระหว่างบราซิลและสหภาพยุโรป เหตุการณ์นี้เน้นย้ำความสำคัญของการติดตามโครงการดิจิทัลที่ชายแดนเชงเก้น หากไม่วางแผนรับมือกับช่วงเวลาที่มีผู้โดยสารหนาแน่น อาจทำให้พลาดประชุม ต่อเครื่องเวลาน้อย และต้องเสียค่าเปลี่ยนตั๋วเดินทางซึ่งส่งผลกระทบต่องบประมาณเดินทางอย่างรวดเร็ว
แหล่งที่มา: Euro Weekly News