
เจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองที่ท่าเรือรอสต็อก เปิดเผยเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ว่าพบการลักลอบขนคนเข้าเมืองที่น่าสงสัย โดยในเช้าวันถัดมา สำนักงานตำรวจสหพันธรัฐรอสต็อกยืนยันว่า คนขับรถชาวอิหร่านวัย 55 ปี ที่เดินทางมาด้วยเรือเฟอร์รี่จากสวีเดนมายังเยอรมนี มีเพียงใบขับขี่เท่านั้น เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจค้นรถ พบผู้โดยสารชาวอิหร่านอีก 4 คน อายุระหว่าง 25-50 ปี ซึ่งไม่มีเอกสารเดินทางที่ถูกต้อง ผู้โดยสาร 2 คนถูกบันทึกในระบบข้อมูลเชงเก้นสำหรับคำสั่งส่งกลับแล้ว ทั้ง 5 คนถูกดำเนินคดีในข้อหาผ่านแดนโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนคนขับรถถูกสอบสวนเพิ่มเติมในข้อหาช่วยเหลือการลักลอบขนคน ผู้โดยสารได้ยื่นขอสถานะผู้ลี้ภัยและถูกส่งตัวไปยังศูนย์รับรองของรัฐ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าเส้นทางเรือเฟอร์รี่ทะเลบอลติกกลายเป็นเส้นทางที่นิยมสำหรับการเคลื่อนย้ายผิดกฎหมายมากขึ้น หลังจากที่เดนมาร์กกลับมาใช้มาตรการตรวจสอบชายแดนทางบกในวันเดียวกัน บริษัทที่ขนส่งพนักงานหรือสินค้าผ่านรอสต็อก, ทราเวมุนด์ หรือคีล ควรเตรียมพร้อมสำหรับการตรวจสอบจุดสุ่มที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งอาจทำให้การขนส่งแบบโรลออน/โรลออฟล่าช้า ผู้จัดการโลจิสติกส์ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าคนขับรถจากประเทศที่สามที่ทำสัญญากับสวีเดนหรือฟินแลนด์ มีหนังสือเดินทางและใบอนุญาตพำนักสำหรับทุกช่วงการเดินทางในเขตเชงเก้น บริษัทประกันภัยทางทะเลเตือนว่า ผู้ให้บริการขนส่งอาจถูกปรับฐานช่วยเหลือ หากพบผู้โดยสารแอบขึ้นเรือหรือผู้โดยสารที่ไม่มีเอกสารครบถ้วนเมื่อเดินทางถึงปลายทาง ซึ่งเป็นบทลงโทษที่ใช้กับสายการบินมานานแล้ว
แหล่งที่มา: Presseportal – Bundespolizei Rostock