
คำฟ้องที่ยื่นเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมต่อศาลรัฐบาลกลาง ระบุว่า รัฐบาลทรัมป์ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2025 ได้ส่งมอบแฟ้มลับเกี่ยวกับผู้ลี้ภัยชาวอิหร่านให้กับเจ้าหน้าที่จากแผนกผลประโยชน์อิหร่านในวอชิงตัน กลุ่ม Public Citizen Litigation Group ซึ่งเป็นตัวแทนของกองทุนปกป้องสิทธิ์ชาวอิหร่านในอเมริกา ขอคำสั่งห้ามเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว โดยอ้างว่าการกระทำนี้ละเมิดกฎระเบียบของรัฐบาลกลางที่รับประกันความลับของแฟ้มผู้ลี้ภัย ตามคำฟ้อง เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (ICE) พบปะกับนักการทูตอิหร่านเป็นประจำทุกเดือน แม้หลังจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 จะทวีความรุนแรงขึ้น เพื่อส่งมอบแฟ้มผู้ต้องขังที่มีข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นทางการเมือง การเปลี่ยนศาสนา และสถานะ LGBT ICE ปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยระบุว่าการติดต่อกับกงสุลเป็นไปตามที่ผู้ต้องขังเป็นผู้ริเริ่มเอง เรื่องนี้มีความสำคัญสูง หากพิสูจน์ได้ว่าจริง การปฏิบัติดังกล่าวอาจเป็นอันตรายต่อครอบครัวในอิหร่านและทำให้ผู้ลี้ภัยในอนาคตที่เป็นผู้เห็นต่างกลัวว่าข้อมูลของตนจะถูกส่งต่อไปยังรัฐบาลที่เป็นศัตรู นอกจากนี้ยังอาจทำให้สหรัฐฯ ต้องเผชิญกับข้อเรียกร้องตามมาตรา 33 ของอนุสัญญาผู้ลี้ภัยปี 1951 ซึ่งห้ามการส่งกลับผู้ลี้ภัย สำหรับนายจ้างข้ามชาติ คดีนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ปกป้องผู้แจ้งเบาะแสหรือพนักงานที่ขอลี้ภัยในสหรัฐฯ จากระบอบเผด็จการ บริษัทที่สนับสนุนการอนุญาตให้เข้าประเทศด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรมหรือการย้ายถิ่นฐานของพนักงานชาวอิหร่านอาจต้องเผชิญคำถามใหม่เกี่ยวกับการจัดการข้อมูลและความปลอดภัยของพนักงาน คดีนี้ยังสะท้อนถึงการใช้ศาลอย่างเข้มข้นเพื่อตรวจสอบการดำเนินการด้านการเข้าเมืองของฝ่ายบริหาร หลังจากที่ศาลสูงสุดในช่วงเดือนมิถุนายนได้ยืนยันองค์ประกอบอื่น ๆ ของนโยบายฝ่ายบริหารส่วนใหญ่แล้ว
แหล่งที่มา: KPBS / NPR