
คณะรัฐมนตรีไทยได้อนุมัติให้ชาวอินเดียเข้าประเทศโดยไม่ต้องขอวีซ่าได้นานสูงสุด 30 วันอีกครั้ง หลังจากที่เคยมีข้อเสนอในเดือนพฤษภาคมว่าจะยกเลิกสิทธิ์นี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล กล่าวกับสื่อมวลชนหลังการประชุมวันที่ 15 กรกฎาคมว่า นักท่องเที่ยวอินเดียยังคงเป็น “ตลาดที่ขาดไม่ได้” และการจำกัดการเข้าประเทศได้ส่งผลให้ยอดจองลดลงอย่างเห็นได้ชัด อินเดียเป็นตลาดแหล่งท่องเที่ยวอันดับสามของไทย รองจากจีนและมาเลเซีย โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางมา 1.8 ล้านคนในปี 2025 และสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ตามคำสั่งที่แก้ไขใหม่ ชาวอินเดีย (รวมถึงนักท่องเที่ยวจากโครเอเชีย บัลแกเรีย ไซปรัส มอลตา และมัลดีฟส์) สามารถเข้าประเทศไทยโดยไม่ต้องขอวีซ่าได้นาน 30 วันเมื่อเดินทางทางอากาศหรือทางบก ระยะเวลาพำนักนี้สั้นกว่าการยกเว้น 60 วันที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2024 แต่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเห็นว่าการมีความชัดเจนสำคัญกว่าการให้ระยะเวลานานกว่า
โรงแรมและบริษัทจัดการเดินทางที่สำรวจโดยสมาคมโรงแรมไทยรายงานว่า อัตราการยกเลิกการจองสูงถึง 15% ในเดือนมิถุนายน ขณะที่นโยบายยังไม่แน่นอน หลายฝ่ายคาดว่าความชัดเจนใหม่นี้จะช่วยฟื้นฟูความต้องการสำหรับงานประชุมและงานแต่งงานในฤดูใบไม้ร่วง สำหรับบริษัทอินเดีย การยกเลิกข้อจำกัดนี้ช่วยลดค่าใช้จ่ายประมาณ 2,000 บาท (ราว 4,500 รูปี) และระยะเวลาการดำเนินการขอวีซ่าท่องเที่ยวแบบเข้า-ออกครั้งเดียว 2-3 สัปดาห์ ซึ่งเดิมจะต้องใช้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม
บริษัทจัดการเดินทางที่ดูแลกลุ่มแรงจูงใจบอกว่าการตัดสินใจนี้จะช่วยกู้โปรแกรมที่เคยย้ายไปมาเลเซียและเวียดนามในช่วงที่มีความไม่แน่นอน สายการบินต่างๆ ก็เริ่มตอบสนองแล้ว เช่น การบินไทยเพิ่มเที่ยวบินเดลี-กรุงเทพฯ เป็น 4 เที่ยวต่อวันตั้งแต่ 20 สิงหาคม ขณะที่ IndiGo จะกลับมาให้บริการเส้นทางโกลกาตา-ภูเก็ตที่เคยหยุดไปก่อนหน้านี้
คำแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยว: ควรพกหลักฐานการเดินทางต่อและการจองโรงแรม และตรวจสอบให้พาสปอร์ตมีอายุใช้งานอย่างน้อย 6 เดือน ชาวอินเดียที่ต้องการพำนักเกิน 30 วันต้องยื่นขอต่ออายุที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองท้องถิ่นและชำระค่าธรรมเนียม 1,900 บาท สำหรับนักธุรกิจที่ทำกิจกรรมที่ได้รับค่าตอบแทนยังต้องขอวีซ่าประเภท ‘B’ ก่อนเดินทาง
ในอนาคต กรุงเทพมหานครกำลังพิจารณาระบบยกเว้นวีซ่าแบบหลายระดับตามระยะเวลาพำนักเฉลี่ยของแต่ละตลาดต้นทาง เจ้าหน้าที่บอกเป็นนัยว่าข้อจำกัด 30 วันสำหรับชาวอินเดียอาจได้รับการทบทวนใหม่หากสถิติการพำนักเกินกำหนดยังต่ำ สำหรับตอนนี้ การฟื้นฟูสิทธิ์นี้ถือเป็นข่าวดีสำหรับสายการบิน โรงแรม และนักท่องเที่ยวชาวอินเดียทั้งกลุ่มพักผ่อนและกลุ่ม MICE ที่วางแผนเดินทางในช่วงเทศกาลปูจาและดิวาลีที่จะมาถึงนี้
ตามคำสั่งที่แก้ไขใหม่ ชาวอินเดีย (รวมถึงนักท่องเที่ยวจากโครเอเชีย บัลแกเรีย ไซปรัส มอลตา และมัลดีฟส์) สามารถเข้าประเทศไทยโดยไม่ต้องขอวีซ่าได้นาน 30 วันเมื่อเดินทางทางอากาศหรือทางบก ระยะเวลาพำนักนี้สั้นกว่าการยกเว้น 60 วันที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2024 แต่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเห็นว่าการมีความชัดเจนสำคัญกว่าการให้ระยะเวลานานกว่า
โรงแรมและบริษัทจัดการเดินทางที่สำรวจโดยสมาคมโรงแรมไทยรายงานว่า อัตราการยกเลิกการจองสูงถึง 15% ในเดือนมิถุนายน ขณะที่นโยบายยังไม่แน่นอน หลายฝ่ายคาดว่าความชัดเจนใหม่นี้จะช่วยฟื้นฟูความต้องการสำหรับงานประชุมและงานแต่งงานในฤดูใบไม้ร่วง สำหรับบริษัทอินเดีย การยกเลิกข้อจำกัดนี้ช่วยลดค่าใช้จ่ายประมาณ 2,000 บาท (ราว 4,500 รูปี) และระยะเวลาการดำเนินการขอวีซ่าท่องเที่ยวแบบเข้า-ออกครั้งเดียว 2-3 สัปดาห์ ซึ่งเดิมจะต้องใช้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม
บริษัทจัดการเดินทางที่ดูแลกลุ่มแรงจูงใจบอกว่าการตัดสินใจนี้จะช่วยกู้โปรแกรมที่เคยย้ายไปมาเลเซียและเวียดนามในช่วงที่มีความไม่แน่นอน สายการบินต่างๆ ก็เริ่มตอบสนองแล้ว เช่น การบินไทยเพิ่มเที่ยวบินเดลี-กรุงเทพฯ เป็น 4 เที่ยวต่อวันตั้งแต่ 20 สิงหาคม ขณะที่ IndiGo จะกลับมาให้บริการเส้นทางโกลกาตา-ภูเก็ตที่เคยหยุดไปก่อนหน้านี้
คำแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยว: ควรพกหลักฐานการเดินทางต่อและการจองโรงแรม และตรวจสอบให้พาสปอร์ตมีอายุใช้งานอย่างน้อย 6 เดือน ชาวอินเดียที่ต้องการพำนักเกิน 30 วันต้องยื่นขอต่ออายุที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองท้องถิ่นและชำระค่าธรรมเนียม 1,900 บาท สำหรับนักธุรกิจที่ทำกิจกรรมที่ได้รับค่าตอบแทนยังต้องขอวีซ่าประเภท ‘B’ ก่อนเดินทาง
ในอนาคต กรุงเทพมหานครกำลังพิจารณาระบบยกเว้นวีซ่าแบบหลายระดับตามระยะเวลาพำนักเฉลี่ยของแต่ละตลาดต้นทาง เจ้าหน้าที่บอกเป็นนัยว่าข้อจำกัด 30 วันสำหรับชาวอินเดียอาจได้รับการทบทวนใหม่หากสถิติการพำนักเกินกำหนดยังต่ำ สำหรับตอนนี้ การฟื้นฟูสิทธิ์นี้ถือเป็นข่าวดีสำหรับสายการบิน โรงแรม และนักท่องเที่ยวชาวอินเดียทั้งกลุ่มพักผ่อนและกลุ่ม MICE ที่วางแผนเดินทางในช่วงเทศกาลปูจาและดิวาลีที่จะมาถึงนี้
แหล่งที่มา: ABP Live