
กองทัพอากาศฟินแลนด์เปิดเผยวันนี้ว่า ได้ส่งเครื่องบิน F/A-18 Hornet ขึ้นบินร่วมกับเครื่องบิน Gripen ของสวีเดนเมื่อวันที่ 24 กันยายน เพื่อระบุตัวกลุ่มเครื่องบินทหารรัสเซียที่บินอยู่ในน่านฟ้านานาชาติเหนืออ่าวฟินแลนด์ ภารกิจเตรียมพร้อมตอบโต้ร่วมกันครั้งแรกนับตั้งแต่ทั้งสองประเทศเข้าร่วม NATO ได้ติดตามเครื่องบินขนส่งและเครื่องบินขับไล่หลายลำ ก่อนที่กลุ่มรัสเซียจะเปลี่ยนเส้นทางไปทางทิศตะวันออก เจ้าหน้าที่กลาโหมย้ำว่าไม่มีการละเมิดน่านฟ้าเกิดขึ้น แต่เหตุการณ์นี้สะท้อนความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นตามแนวชายแดนยาว 1,340 กิโลเมตรระหว่างฟินแลนด์กับรัสเซีย รวมถึงเส้นทางการบินพลเรือนที่คับคั่งซึ่งข้ามอ่าวนี้ สายการบินที่มีฐานอยู่ในเฮลซิงกิใช้เส้นทางนี้สำหรับการบินระยะไกลไปยังเอเชีย ขณะที่บริษัทขนส่งสินค้าก็พึ่งพาเส้นทางนี้สำหรับการจัดส่งที่ต้องการความรวดเร็ว ความผิดพลาดใดๆ อาจทำให้ต้องปิดน่านฟ้าชั่วคราวหรือเปลี่ยนเส้นทางบิน ส่งผลเพิ่มต้นทุนให้กับผู้โดยสารและเจ้าของสินค้า สายการบินที่ให้บริการที่สนามบินเฮลซิงกิ-แวนต้าได้ปรับปรุงการประเมินความเสี่ยงและซักซ้อมเส้นทางสำรองผ่าน FIR ของสวีเดนและบอลติกแล้ว หน่วยงานการบินพลเรือนระบุว่า ยังไม่เห็นความจำเป็นต้องจำกัดการบินในทันที แต่กำลังประสานงานกับ Eurocontrol เผื่อกรณีต้องมีการสกัดกั้นเพิ่มเติม จากมุมมองนโยบายการเคลื่อนย้าย ภารกิจเตรียมพร้อมครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าการบูรณาการด้านการป้องกันภายใน NATO กำลังขยายผลสู่การจัดการน่านฟ้าพลเรือน ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าฟินแลนด์จะเร่งแผนการเฝ้าระวังอวกาศร่วมและการประสานงาน NOTAM กับประเทศนอร์ดิกใกล้เคียง ซึ่งอาจช่วยให้การอนุมัติการบินข้ามน่านฟ้าสำหรับสายการบินพาณิชย์เป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้น บริษัทที่เคลื่อนย้ายพนักงานหรือสินค้ามูลค่าสูงผ่านเฮลซิงกิควรติดตาม NOTAM อย่างใกล้ชิดและตรวจสอบให้แน่ใจว่าประกันภัยความเสี่ยงการเดินทางครอบคลุมเหตุการณ์ทางทหาร แม้ความน่าจะเป็นของการหยุดชะงักจะต่ำ แต่ผลกระทบทางต้นทุนจากการเปลี่ยนเส้นทางฉุกเฉินผ่านยุโรปกลางอาจมีนัยสำคัญต่อห่วงโซ่อุปทานที่ต้องการความแม่นยำเวลาสูง
แหล่งที่มา: Reuters via AOL