
ข้อมูลของ UNHCR ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ระบุว่าในเดือนเมษายน 2026 มีผู้คนจำนวน 2,459 คนเดินทางถึงชายฝั่งอิตาลี เพิ่มขึ้นจาก 2,150 คนในเดือนมีนาคม คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบเดือนต่อเดือน ตัวเลขนี้รายงานโดยสำนักข่าว ANSA แม้ทะเลในฤดูใบไม้ผลิจะมีคลื่นลมแรงกว่าปกติซึ่งมักทำให้การเดินทางออกจากลิเบียและตูนิเซียลดลง เจ้าหน้าที่ UNHCR ได้รวบรวมคำให้การที่ชี้ว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 19 รายและผู้สูญหาย 2 รายในเหตุการณ์แยกกันสองครั้งบนเส้นทางทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตอนกลางในเดือนเมษายน ตัวเลขที่น่าสลดใจนี้สะท้อนถึงความเสี่ยงที่ยังคงมีอยู่ในการข้ามทะเล แม้ว่าจำนวนผู้เดินทางโดยรวมจะยังต่ำกว่าช่วงพีคในปี 2023-24 กว่า 30% ของผู้เดินทางในเดือนเมษายนเป็นชาวบังกลาเทศ ตามด้วยกลุ่มจากโซมาเลีย ปากีสถาน ซูดาน และอียิปต์ เจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยระบุว่า กลุ่มแรงงานที่มีทักษะสูงขึ้น เช่น ช่างเทคนิคและพนักงานไอที เริ่มใช้เส้นทางที่ไม่ถูกกฎหมายมากขึ้นหลังจากประสบปัญหาในการขอใบอนุญาตทำงานภายใต้โควต้า ‘Decreto Flussi’ ส่งผลให้ทีมฝ่ายตรวจสอบแรงงานของบริษัทต้องทำงานหนักขึ้นในการตรวจสอบและรับรองแหล่งบุคลากร สำหรับผู้จัดการด้านการเคลื่อนย้ายแรงงานทั่วโลก แนวโน้มนี้บ่งชี้ว่าการตรวจสอบเอกสารที่เข้มงวดขึ้นที่ท่าเรือและสนามบินของอิตาลีมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นในสัปดาห์ข้างหน้า เนื่องจากเจ้าหน้าที่กำลังเร่งจับกุมผู้ลักลอบขนคนและผู้ช่วยเหลือการเคลื่อนย้ายทางเลือก บริษัทที่เคลื่อนย้ายพนักงานนอกสหภาพยุโรปผ่านอิตาลีควรวางแผนเผื่อเวลาขอวีซ่าเชงเก้นที่นานขึ้น และเตรียมรับการตรวจสอบสัญญาจ้างงานตามกฎหมายต่อต้านการใช้แรงงานผิดกฎหมายของอิตาลี ขณะเดียวกัน กลุ่มภาคประชาสังคมเรียกร้องให้กรุงโรมเปิดโครงการทางเดินมนุษยธรรมแบบจำกัดที่หมดอายุในปี 2025 อีกครั้ง โดยเห็นว่าการมีเส้นทางที่ปลอดภัยจะช่วยลดการเดินทางผิดกฎหมายและสนับสนุนความต้องการด้านประชากรและตลาดแรงงานของอิตาลีได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แหล่งที่มา: ANSA English