
กองกำลังชายแดนโปแลนด์ยืนยันเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2026 ว่าการลาดตระเวนใกล้เมืองรูตกา-ทาร์ทัค ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากทหารกองกำลังป้องกันภาคพื้นดิน สามารถจับกุมกลุ่มชาวปากีสถานสิบคนและชาวอัฟกานิสถานสี่คนที่ลักลอบข้ามพรมแดนป่าเขตรอยต่อโปแลนด์-ลิทัวเนียเมื่อคืนก่อน เจ้าหน้าที่ระบุว่าผู้อพยพเหล่านี้ไม่มีเอกสารเดินทางหรือวีซ่าโปแลนด์ที่ถูกต้อง ถูกตรวจพบด้วยกล้องความร้อนเคลื่อนที่และการลาดตระเวนเท้าในพื้นที่ที่เรียกว่า ‘พรมแดนสีเขียว’ ซึ่งเป็นช่วงระหว่างจุดผ่านแดนอย่างเป็นทางการที่มีความเสี่ยงสูงต่อการลักลอบเข้าเมือง เหตุการณ์นี้สะท้อนเส้นทางที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นตั้งแต่กรุงวอร์ซอว์สร้างแนวรั้วเหล็กและอิเล็กทรอนิกส์ที่ชายแดนเบลารุสและเข้มงวดการออกวีซ่าในปี 2025 เครือข่ายลักลอบนำผู้อพยพผ่านเบลารุสไปยังลิทัวเนียแล้วเข้าสู่โปแลนด์ทางใต้ เพื่อหลีกเลี่ยงแนวชายแดนโปแลนด์-เบลารุสที่มีการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด ตามข้อมูลจากกองกำลังชายแดนภาคโพดลัสกี มีผู้ถูกจับกุมมากกว่า 330 คนที่พยายามใช้เส้นทางนี้ตั้งแต่เดือนมกราคม ซึ่งเป็นจำนวนสองเท่าของช่วงเวลาเดียวกันในปีที่แล้ว ภายใต้กฎการส่งตัวกลับแบบทวิภาคี ผู้อพยพทั้งสิบสี่คนถูกส่งกลับไปยังเจ้าหน้าที่ลิทัวเนียภายในไม่กี่ชั่วโมง เจ้าหน้าที่โปแลนด์เน้นย้ำว่าการส่งตัวกลับอย่างรวดเร็วเป็นกุญแจสำคัญในการป้องปราม เพราะทุกครั้งที่ส่งตัวกลับสำเร็จจะส่งสัญญาณว่าเส้นทางนี้ไม่สามารถนำไปสู่การเดินทางต่อไปยังเยอรมนีหรือประเทศในเชงเก้นอื่นๆ เจ้าหน้าที่ประสานงานของ Frontex ที่ประจำอยู่ในพื้นที่บอกกับ Global Mobility News ว่าการลาดตระเวนร่วมระหว่างโปแลนด์และลิทัวเนียและการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองช่วย “ลดเวลาตอบสนองลงอย่างมาก” ในเส้นทางนี้ สำหรับนายจ้างข้ามชาติ เหตุการณ์นี้เตือนให้ทราบว่าการควบคุมภายในเชงเก้นแบบเฉพาะกิจยังคงมีอยู่จริงในพื้นที่ทางเหนือและตะวันตกของโปแลนด์ แม้ว่าพรมแดนเหล่านี้จะเป็น ‘ภายใน’ ทางเทคนิค นักธุรกิจที่เดินทางขนส่งพนักงานหรืออุปกรณ์ทางถนนระหว่างโปแลนด์และประเทศบอลติกควรพกพาหนังสือเดินทาง สัญญาจ้างงาน และหลักฐานที่พัก พร้อมเผื่อเวลาเพิ่มในแผนการเดินทางเพื่อรับมือกับการตรวจสอบแบบสุ่ม ในอนาคต กรุงวอร์ซอว์ได้จัดสรรงบประมาณเพิ่มอีก 120 ล้านซลอตี เพื่อขยายการติดตั้งเซ็นเซอร์ครอบคลุมแนวชายแดนโปแลนด์-ลิทัวเนียยาว 104 กิโลเมตรให้เสร็จภายในปี 2027 เจ้าหน้าที่เชื่อว่าหลังจากเสร็จสิ้นจะสามารถตรวจจับและสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองได้แทบทั้งหมดแบบเรียลไทม์ ทำให้การเคลื่อนย้ายข้ามพรมแดนที่ไม่มีเอกสารถูกต้องเป็นไปได้ยากขึ้นมาก
แหล่งที่มา: Komenda Główna Straży Granicznej