
การแก้ไขกฎหมายผู้ลี้ภัยของสาธารณรัฐเช็กฉบับใหญ่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2569 โดยปรับกฎระเบียบภายในประเทศให้สอดคล้องกับข้อตกลงสหภาพยุโรปว่าด้วยการย้ายถิ่นและการลี้ภัย พร้อมทั้งเป็นการปฏิรูปกระบวนการที่สำคัญที่สุดในรอบ 20 ปี ภายใต้กฎหมายใหม่ การพิจารณาคำขอลี้ภัยที่ยื่นที่ชายแดนภายนอกเชงเก้นต้องเสร็จสิ้นภายใน 4 สัปดาห์ หรือ 6 สัปดาห์เมื่อสหภาพยุโรปเปิดใช้ข้อบังคับวิกฤต ซึ่งลดลงจากเดิมที่กำหนดไว้ 90 วัน นอกจากนี้ยังมีการจัดทำรายชื่อประเทศต้นทางที่ “ปลอดภัย” ในระดับสหภาพยุโรปอย่างชัดเจน เพื่อให้สามารถปฏิเสธคำขอได้อย่างรวดเร็วในกรณีที่คำขอไม่มีมูลความจริง สำหรับนายจ้าง การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือการออกคำสั่งให้ออกจากประเทศในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยลดอุปสรรคด้านเอกสารสำหรับผู้ที่ถูกปฏิเสธคำขอและต้องการขอใบอนุญาตทำงานในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปอื่น ๆ กฎระเบียบของศูนย์รับผู้ลี้ภัยก็เข้มงวดขึ้นเช่นกัน โดยผู้ขอลี้ภัยต้องอยู่ในศูนย์ที่กำหนดเป็นเวลา 10 วันแรก (จากเดิม 5 วัน) เพื่อผ่านการตรวจสอบด้านความปลอดภัยและสุขภาพ แต่หลังจากนั้นจะได้รับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการทำงานที่จัดโดยสำนักงานแรงงานได้มากขึ้น กระทรวงมหาดไทยประเมินว่าการปฏิรูปนี้จะช่วยลดต้นทุนการดำเนินการเฉลี่ยลง 20% และปลดปล่อยตำแหน่งงานเจ้าหน้าที่ได้ถึง 300 ตำแหน่ง เพื่อนำไปเสริมกำลังในหน่วยงานที่ดูแลเรื่องการพำนักระยะยาวและวีซ่าธุรกิจ สมาคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ ยินดีกับการเร่งรัดระยะเวลาการพิจารณา โดยเห็นว่าการตัดสินใจในชั้นต้นที่รวดเร็วขึ้นจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับบริษัทที่จ้างงานผู้ลี้ภัยภายใต้โครงการ “แรงงานสำคัญ” และ “พนักงานมีคุณสมบัติ” ของรัฐบาล ขณะที่องค์กรพัฒนาเอกชนเตือนว่ากำหนดเวลาที่กระชั้นชิดอาจทำให้เกิดข้อผิดพลาดในกระบวนการ และเรียกร้องให้เพิ่มงบประมาณช่วยเหลือทางกฎหมาย ซึ่งวุฒิสภาจะมีการอภิปรายในสัปดาห์หน้า
แหล่งที่มา: State Refugee Facilities Administration (SUZ)