
ข้อมูลจากกระทรวงกิจการภายในออสเตรเลียที่เผยแพร่ในสัปดาห์นี้แสดงให้เห็นว่า อัตราการปฏิเสธวีซ่านักเรียนที่ยื่นขอจากต่างประเทศในเดือนมิถุนายน 2026 สูงถึง 24.2 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบสิบปี โดยผู้สมัครจากอินเดียมีอัตราปฏิเสธสูงถึง 40 เปอร์เซ็นต์ นักเรียนเนปาลมีอัตราปฏิเสธสูงกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ผู้สมัครจากจีนมีอัตราปฏิเสธเพียง 5.8 เปอร์เซ็นต์ เจ้าหน้าที่ระบุว่าสาเหตุหลักมาจากการนำระบบ “นักเรียนแท้จริง” (Genuine Student - GS) มาใช้ เพื่อป้องกันการใช้เส้นทางนักเรียนในการย้ายถิ่นฐานเพื่อทำงานทักษะต่ำ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบประวัติการศึกษา ความสอดคล้องของหลักสูตร ความสามารถทางการเงิน และแผนหลังเรียนจบอย่างเข้มงวด ความไม่สอดคล้องระหว่างวุฒิการศึกษากับหลักสูตรที่เลือก หรือการสมัครเรียนในวิทยาลัยเอกชนที่มีอัตราการสำเร็จน้อย ถือเป็นสัญญาณเตือนที่นำไปสู่การปฏิเสธอย่างรวดเร็ว นโยบายเข้มงวดนี้สร้างความกังวลให้กับที่ปรึกษาด้านการศึกษาของอินเดีย โดยรัฐอานธรประเทศและเตลังคานาร่วมกันส่งนักเรียนหลายหมื่นคนไปออสเตรเลียทุกปี หลายคนได้ชำระค่าที่ปรึกษาและเงินมัดจำค่าเล่าเรียนแล้ว มหาวิทยาลัยกังวลว่าผู้สมัครที่มีคุณสมบัติเหมาะสมอาจหันไปเลือกแคนาดา สหราชอาณาจักร หรือยุโรปแผ่นดินใหญ่แทน ส่งผลให้ส่วนแบ่งตลาดหลักสูตรปริญญาโทที่มีรายได้สูงของออสเตรเลียลดลง นักเรียนที่มีแผนจะสมัครควรจัดทำแถลงการณ์วัตถุประสงค์ (Statement of Purpose) อย่างละเอียด โดยเชื่อมโยงการศึกษาที่วางแผนไว้กับเป้าหมายอาชีพที่ชัดเจนในอินเดีย แสดงความผูกพันกับประเทศบ้านเกิดอย่างแข็งแรง และเตรียมหลักฐานทางการเงินที่น่าเชื่อถือ สถาบันการศึกษากำลังผลักดันให้แคนเบอร์ราปรับปรุงเกณฑ์ GS และนำระบบจัดอันดับความเสี่ยงในระดับสถาบัน เพื่อไม่ให้มหาวิทยาลัยคุณภาพสูงถูกลงโทษจากการทุจริตในวงกว้าง บริษัทที่สนับสนุนพนักงานไปเรียนต่อระดับบัณฑิตศึกษาที่ออสเตรเลีย หรือพึ่งพาเส้นทาง Temporary Graduate (subclass 485) ควรวางแผนเวลาอนุมัติวีซ่าให้มากขึ้น และพิจารณาทางเลือกอื่นหากหลักสูตรเริ่มต้นในช่วงต้นปี 2027
แหล่งที่มา: Hindustan Times (Telugu edition)