
สนามบินวาเซลาฟ ฮาเวล กรุงปราก รายงานปัญหาความล่าช้าใหญ่ครั้งแรกของช่วงวันหยุดปี 2026 ในเช้าวันที่ 6 กรกฎาคม หลังระบบเข้า-ออกใหม่ของสหภาพยุโรป (EES) เริ่มใช้งานเต็มรูปแบบที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองนอกเขตเชงเก้น ผู้โดยสารที่เดินทางมาจากสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และประเทศนอกสหภาพยุโรปอื่น ๆ เผชิญกับการรอคอยนาน 1-3 ชั่วโมงที่ช่องตรวจหนังสือเดินทางแบบแมนนวลและตู้บริการตนเองใหม่ บางรายพลาดเที่ยวบินต่อไป ระบบ EES แทนที่การประทับตราหนังสือเดินทางด้วยการบันทึกข้อมูลชีวมิติ เช่น ลายนิ้วมือ รูปถ่ายใบหน้า และเวลาสถานที่ผ่านแดน กลุ่มธุรกิจสายการบินระบุว่า แม้ประโยชน์ด้านความปลอดภัยในระยะยาวจะชัดเจน แต่การลงทะเบียนครั้งแรกใช้เวลานานขึ้นหลายนาทีต่อผู้โดยสาร ทำให้เกิดคิวยาวเมื่อมีเที่ยวบินลำตัวกว้างหลายเที่ยวมาถึงพร้อมกัน สภาสนามบินนานาชาติยุโรปและสายการบินใหญ่เตือนว่าระยะเวลาการตรวจสอบสำหรับผู้โดยสารนอกสหภาพยุโรปที่หลายสนามบินเพิ่มขึ้นมากกว่า 50% สนามบินปรากแจ้งสื่อเช็กว่าติดตั้งตู้ EES จำนวน 36 เครื่องและจัดสรรพนักงานใหม่ แต่ยังคงประสบปัญหาเมื่อช่วงเวลาชั่วโมงเร่งด่วนเช้าตรงกับปัญหาทางเทคนิคของฐานข้อมูลกลาง ช่องทางด่วนสำหรับชั้นธุรกิจถูกเปิดให้ผู้โดยสารชั้นประหยัดใช้ชั่วคราวเพื่อลดความแออัด และตำรวจตรวจคนเข้าเมืองใช้ทีมเคลื่อนที่ตรวจเอกสารลึกเข้าไปในแถว ด่านเชงเก้นอื่น ๆ เช่น ลิสบอน โรม และมาดริด รายงานสถานการณ์คล้ายกัน สำหรับนักธุรกิจ ความล่าช้านี้ส่งผลกระทบทันทีต่อค่าใช้จ่าย บริษัทจัดการเดินทางแนะนำให้เผื่อเวลาต่อเครื่องนานขึ้น เตือนพนักงานเรื่องค่าธรรมเนียมการออกตั๋วใหม่หากพลาดเที่ยวบินต่อเนื่อง และวางแผนงบประมาณสำหรับค่าที่พักเพิ่มเมื่อไม่สามารถเปลี่ยนเที่ยวบินคืนช่วงดึกได้ ผู้จัดการโลจิสติกส์ที่ประสานงานโครงการทั่วยุโรประบุว่า การหมุนเวียนลูกเรือที่วางแผนไว้ในช่วงเวลาต่อเครื่องสั้นอาจต้องปรับใหม่จนกว่าระบบจะเสถียร ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ผู้ที่คาดว่าจะข้ามด่านเชงเก้นในฤดูร้อนนี้มาถึงสนามบินล่วงหน้าอย่างน้อย 3 ชั่วโมง อัปโหลดข้อมูล API สายการบินล่วงหน้า และเตรียมเอกสารจองโรงแรมและจดหมายเชิญไว้เผื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเพิ่มเติม สนามบินปรากเสริมว่า ผู้โดยสารนอกสหภาพยุโรปที่เคยลงทะเบียนชีวมิติมาก่อนควรวางแผนเผื่อเวลามากขึ้น เนื่องจากอาจถูกสุ่มลงทะเบียนซ้ำในช่วงปรับปรุงฐานข้อมูล
แหล่งที่มา: The Traveler