
เว็บไซต์ตรวจสอบชายแดนที่ใช้ข้อมูลจากประชาชน Nakordoni.eu รายงานเวลารอสูงสุดสำหรับรถยนต์โดยสารที่ด่านผ่านแดน Medyka–Szeginie ถึง 615 นาที (เกือบ 10 ชั่วโมง) เมื่อเวลา 20:14 น. วันที่ 19 กรกฎาคม 2026 ขณะที่ด่าน Dorohusk–Jagodzin มีเวลารอสั้นที่สุดเพียง 30 นาที แสดงให้เห็นความแตกต่างอย่างมากในเก้าด่านถนนที่เปิดเชื่อมระหว่างโปแลนด์และยูเครน เดือนกรกฎาคมเป็นช่วงเวลาที่ครอบครัวและแรงงานตามฤดูกาลเดินทางกลับบ้านมากที่สุด ปีนี้การจราจรเพิ่มขึ้นจากชาวยูเครนที่อาศัยในประเทศสหภาพยุโรปซึ่งขับรถผ่านโปแลนด์เพื่อหลีกเลี่ยงค่าโดยสารเครื่องบินที่สูงขึ้น ระบบเข้า-ออก (EES) ที่เริ่มใช้ในปี 2025 และทำงานเต็มรูปแบบแล้ว เพิ่มเวลาต่อผู้เดินทางครั้งแรกอีก 2-5 นาที เนื่องจากเจ้าหน้าที่ต้องเก็บลายนิ้วมือและภาพใบหน้า ทำให้เกิดคอขวดที่ช่องตรวจสอบด้วยมือ เจ้าหน้าที่ตำรวจชายแดนโปแลนด์แนะนำให้ผู้ขับขี่เลี่ยงไปใช้เส้นทาง Hrebenne–Rava Ruska หรือจุดจอดรถบรรทุก Korczowa ที่ขยายใหม่ ซึ่งเวลารอเฉลี่ยยังต่ำกว่าสองชั่วโมงในวันเสาร์ นอกจากนี้ยังแนะนำให้ดาวน์โหลดแอปจองคิว e-Cherha สำหรับรถบรรทุก แม้ว่าบริการนี้จะเป็นทางเลือกสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคล สำหรับบริษัทที่บริหารทีมงานข้ามพรมแดนหรือหมุนเวียนคนขับ ข้อมูลคิวแบบเรียลไทม์ช่วยลดเวลาการเดินทางได้หลายชั่วโมง ผู้ให้บริการโลจิสติกส์เริ่มผนวก API ของ Nakordoni เข้ากับระบบจัดส่งเพื่อเปลี่ยนเส้นทางขนส่งอย่างยืดหยุ่น ผู้จัดการฝ่ายบุคคลที่วางแผนการลาหยุดบ้านให้พนักงานชาวยูเครนควรกำหนดเวลาเดินทางกลางสัปดาห์ (วันอังคาร–พฤหัสบดี) ก่อน 07:00 น. เพื่อหลีกเลี่ยงความแออัด ข้อมูลเหล่านี้เน้นย้ำความสำคัญของแผนโปแลนด์ที่จะเปิดช่องทาง “ทางด่วน” แยกสำหรับผู้พักอาศัยที่มีบันทึก EES ชีวภาพในปี 2027 จนกว่าจะถึงเวลานั้น คำแนะนำง่ายๆ คือ เลือกด่านที่คนน้อย เดินทางนอกชั่วโมงเร่งด่วน และเตรียมน้ำและน้ำมันเชื้อเพลิงให้พร้อมในรถ
แหล่งที่มา: Nakordoni.eu – live border queue monitor