
เดอะการ์เดียนรายงานเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2026 ว่า ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป 9 ประเทศ รวมถึงฝรั่งเศส กรีซ และอิตาลี ได้ขอเวลาขยายเพิ่มเติมจากบรัสเซลส์ในการนำระบบเข้า-ออก (EES) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มจัดการชายแดนชีวภาพใหม่ของกลุ่มไปใช้ แม้ฟินแลนด์จะไม่ได้ขอผ่อนผัน แต่การเลื่อนเวลานี้ส่งผลกระทบทันทีต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ชายแดนและสายการบินในฟินแลนด์ ตามกฎหมายปัจจุบัน ประเทศในเชงเก้นทุกประเทศต้องบันทึกลายนิ้วมือและภาพใบหน้าของชาวต่างชาติที่ผ่านชายแดนภายนอกทุกแห่ง ฟินแลนด์ได้ติดตั้งอุปกรณ์ครบที่สนามบินเฮลซิงกิ-แวนตา และท่าเรือทูร์กูและมารีฮามน์ในเดือนมิถุนายน และวางแผนเปิดใช้ระบบ EES อย่างเต็มรูปแบบในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ แต่เนื่องจากศูนย์กลางการเดินทางหลักอย่างแฟรงก์เฟิร์ตและสคิปโฮลยังไม่พร้อม เจ้าหน้าที่ชายแดนฟินแลนด์จึงแจ้งกับ Taminta News ว่าจะใช้ระบบในโหมด “เฝ้าติดตามเท่านั้น” จนถึงมกราคม 2027 เพื่อหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดในการรวมข้อมูลและปัญหาคิวที่อาจเกิดขึ้น สำหรับผู้เดินทางในฤดูใบไม้ร่วงนี้จะยังคงเหมือนเดิม คือชาวต่างชาติจะได้รับตราประทับในหนังสือเดินทางแทนการบันทึกข้อมูลดิจิทัล และสายการบินยังไม่ต้องตรวจสอบการลงทะเบียน EES ก่อนขึ้นเครื่องไปฟินแลนด์ อย่างไรก็ตาม สายการบินที่ให้บริการเส้นทางระยะไกลไปเฮลซิงกิ โดยเฉพาะพันธมิตรของฟินแอร์อย่าง Japan Airlines และ Qatar Airways ถูกขอให้แจ้งข้อมูลแก่ผู้โดยสารเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น เพื่อให้การลงทะเบียนชีวภาพในปี 2027 เป็นไปอย่างราบรื่น ทีมงานดูแลความเคลื่อนไหวของพนักงานควรทราบถึงการเลื่อนกำหนดนี้ เมื่อระบบเริ่มใช้งานจริง EES จะตรวจจับการอยู่เกินกำหนดโดยอัตโนมัติ ทำให้การแก้ไขการละเมิดกฎ 90/180 วันโดยไม่ตั้งใจทำได้ยากขึ้น นายจ้างจึงควรเริ่มตรวจสอบการนับวันในเชงเก้นตั้งแต่ไตรมาสนี้ พร้อมเผื่อเวลาการเดินทางที่สนามบินเฮลซิงกิไว้ด้วยเมื่อเริ่มลงทะเบียนอย่างเป็นทางการ คณะกรรมาธิการยุโรปคาดว่าจะประกาศปฏิทินการใช้งานใหม่ในเดือนพฤศจิกายน ฟินแลนด์แสดงเจตนาจะปฏิบัติตามกำหนดใหม่แต่จะไม่ขอผ่อนผันใดๆ เพิ่มเติม
แหล่งที่มา: The Guardian