
กระทรวงการต่างประเทศของเยอรมนี (AA) ได้เผยแพร่คำแนะนำการเดินทางฉบับปรับปรุง อธิบายถึงผลกระทบของระบบเข้า-ออก (EES) ของสหภาพยุโรปที่เริ่มใช้งานจริงตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2569 ต่อผู้เดินทางจากนอกสหภาพยุโรปที่เข้าประเทศเยอรมนี รวมถึงสิ่งที่นักเดินทางควรเตรียมตัวเมื่อระบบข้อมูลและอนุญาตเดินทางยุโรป (ETIAS) จะเปิดใช้งานกลางปี 2567 ระบบ EES จะบันทึกข้อมูลชีวมิติและเวลาพร้อมสถานที่เข้า-ออกสำหรับชาวต่างชาติที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ระยะสั้นไม่เกิน 90 วันในช่วง 180 วัน ระบบนี้ใช้งานเต็มรูปแบบที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองทางอากาศ ทางบก และทางทะเลของเยอรมนี หลังจากเปิดใช้งานเป็นระยะตั้งแต่เมษายน 2569 กระทรวงฯ ระบุว่า ประตู ePassport ที่สนามบินหลักสามารถสแกนลายนิ้วมือหรือใบหน้าได้ภายในไม่กี่วินาที แต่แนะนำให้นักเดินทางเผื่อเวลามากขึ้นในช่วงเริ่มต้นของการใช้งาน คำแนะนำยังเตือนผู้ที่ไม่ต้องขอวีซ่า เช่น จากสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา แคนาดา ญี่ปุ่น และอีก 56 ประเทศ ว่าจะต้องมีใบอนุญาต ETIAS ที่ได้รับการอนุมัติก่อนขึ้นเครื่องไปยังเขตเชงเก้นเมื่อระบบเปิดใช้งานในปี 2567 ค่าธรรมเนียมการสมัครอยู่ที่ 7 ยูโร และมีอายุใช้งาน 3 ปี หรือจนกว่าหนังสือเดินทางจะหมดอายุ สำหรับธุรกิจที่ย้ายพนักงานไปเยอรมนี ผลกระทบหลักคือการตรวจสอบระยะเวลาที่อยู่ในเขตเชงเก้นอย่างเข้มงวด ฝ่ายทรัพยากรบุคคลควรติดตามวันที่ปฏิบัติงานระยะสั้นอย่างละเอียด เพราะการอยู่เกินเวลาจะถูกแจ้งเตือนอัตโนมัติในฐานข้อมูล EES ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับหรือห้ามเข้าประเทศ กระทรวงฯ ได้จัดทำเอกสารข้อมูลหลายภาษาและสนับสนุนให้ผู้จัดการเดินทางแจกจ่าย แอปมือถือที่รวมการตรวจสอบความสอดคล้องกับ EES/ETIAS กำลังถูกทดสอบโดยสายการบินลุฟท์ฮันซาและบริษัทตัวแทนเดินทางระดับโลกหลายแห่ง ชี้ให้เห็นถึงอนาคตของการเคลื่อนย้ายข้ามพรมแดนที่สะดวกขึ้นแต่ต้องใช้ข้อมูลมากขึ้น
แหล่งที่มา: Federal Foreign Office