
สายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ (SIA) ประกาศเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 ว่าเที่ยวบินหลัก SQ494/495 ระหว่างสิงคโปร์และดูไบจะยังคงระงับให้บริการอย่างน้อยจนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม เนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ การตัดสินใจครั้งนี้ รวมกับการลดเที่ยวบินก่อนหน้านี้ของ Scoot ในเส้นทางเจดดาห์และริยาด ส่งผลให้ความจุในเส้นทางที่มีชาวอินเดียและนักธุรกิจใช้บริการผ่านสนามบินชางงีเป็นศูนย์กลางไปยังอ่าวเปอร์เซียลดลงอย่างมาก แม้ว่าการระงับเที่ยวบินนี้จะส่งผลโดยตรงต่อผู้โดยสารสิงคโปร์–ดูไบ แต่ผลกระทบยังลามไปถึงอินเดีย ข้อมูลการเดินทางของบริษัทตัวแทนท่องเที่ยวแสดงให้เห็นว่า 22% ของเส้นทางอินเดีย-ดูไบในปี 2568 ใช้เส้นทางผ่านสิงคโปร์เพื่อเพิ่มโอกาสในการอัปเกรดที่นั่ง KrisFlyer นักเดินทางกลุ่มนี้จึงต้องเปลี่ยนเส้นทางผ่านกัวลาลัมเปอร์ กรุงเทพฯ หรือศูนย์กลางยุโรปที่มีความแออัดอยู่แล้ว ทำให้เวลาเดินทางเพิ่มขึ้น 3-6 ชั่วโมง และค่าโดยสารสูงขึ้นถึง 18% ตามดัชนีราคาของ OAG สายการบิน SIA กำลังจัดหาทางเลือกเส้นทางอื่นให้ลูกค้าหรือเสนอคืนเงินเต็มจำนวน ผู้จัดการด้านการเดินทางควรทราบว่า ตั๋วราคาพิเศษ ‘Lite’ ที่จองก่อนวันที่ 15 มีนาคม สามารถเปลี่ยนแปลงได้ฟรี ซึ่งปกติไม่สามารถทำได้กับตั๋วราคาถูกที่สุด ผู้โดยสารที่ถือวีซ่าพำนักในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ต้องตรวจสอบว่าเที่ยวบินที่เปลี่ยนเส้นทางยังคงถึงภายในระยะเวลาที่วีซ่าอนุญาต ซึ่งสำหรับแรงงานอินเดียส่วนใหญ่จำกัดเพียง 60 วันนับจากวันที่ออกวีซ่า สำหรับผู้ส่งออกอินเดียที่เคลื่อนย้ายพนักงานและสินค้ามูลค่าสูง การระงับเที่ยวบินไปดูไบทำให้การเชื่อมต่อหลายรูปแบบไปยังซาอุดีอาระเบียและบาห์เรนซับซ้อนขึ้น ผู้ส่งสินค้าระบุว่า ความจุในช่องเก็บสัมภาระใต้ท้องเครื่องจากเบงกาลูรูและไฮเดอราบัดเต็มหมดจนถึงกลางเดือนเมษายน ส่งผลให้ผู้ส่งสินค้าต้องเช่าเครื่องบินลำตัวแคบไปยังมัสกัต แล้วขนส่งสินค้าทางรถบรรทุกข้ามพรมแดนโอมาน–สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บริษัทต่างๆ ควรทบทวนนโยบายความเสี่ยงด้านการเดินทาง เนื่องจากสนามบินชางงียังคงได้รับการจัดอันดับความปลอดภัย ICAO ระดับ Cat-1 แต่เส้นทางบินที่ยาวขึ้นผ่านแคสเปียนเหนือเพิ่มโซนประกันภัยการบินใหม่ เหตุการณ์นี้ตอกย้ำความจำเป็นในการมีกลยุทธ์ศูนย์กลางการบินที่หลากหลาย โดยเส้นทางมุมไบ-โดฮา และเดลี-อาบูดาบี ยังมีที่นั่งว่างอยู่ แม้จะมีราคาสูงขึ้นบ้างก็ตาม
แหล่งที่มา: The Straits Times