
สเปนกำลังจะเปิดตัวโครงการให้สถานะถิ่นที่อยู่ที่ใหญ่ที่สุดสำหรับชาวต่างชาติที่ไม่มีเอกสารตั้งแต่ปี 2005 เป็นต้นมา รัฐมนตรีเฟลิกซ์ โบลานอส ยืนยันเมื่อวันที่ 13 เมษายน ว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีจะลงมติเกี่ยวกับกระบวนการพิเศษในวันที่ 14 เมษายน ซึ่งอาจมอบใบอนุญาตพำนักและทำงานให้กับผู้คนประมาณครึ่งล้านคนที่อยู่ในประเทศโดยไม่มีสถานะทางกฎหมาย การปฏิรูปนี้เป็นการฟื้นฟูร่างกฎหมายที่ประชาชนสนับสนุนด้วยลายเซ็นมากกว่า 700,000 รายชื่อ และเร่งรัดคำสั่งที่ประกาศครั้งแรกในเดือนมกราคม ตามร่างกฎหมายที่สำนักข่าวยุโรป้าเพรสได้รับมา ผู้มีสิทธิ์จะถูกแบ่งเป็นสองกลุ่มหลัก กลุ่มแรกคือผู้ขอลี้ภัยที่ยื่นคำขอก่อนวันที่ 31 ธันวาคม 2025 ไม่ว่าจะได้รับการอนุมัติหรือไม่ก็ตาม กลุ่มที่สองคือแรงงานต่างชาติที่สามารถแสดงหลักฐานว่าพำนักอาศัยในสเปนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2025 เป็นต้นไป ผู้สมัครต้องไม่มีประวัติอาชญากรรมและไม่เป็นภัยต่อความสงบเรียบร้อยของสาธารณะ สมาชิกในครอบครัว รวมถึงบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะที่อยู่ในสเปนแล้ว สามารถรวมอยู่ในคำขอเดียวกันได้ ใบอนุญาตพำนักใหม่จะมีอายุหนึ่งปี ให้สิทธิ์ทำงานได้ทันทีทั่วประเทศ และสามารถแปลงเป็นใบอนุญาตถาวรตามกฎระเบียบการเข้าเมืองที่มีอยู่หลังจากปีแรก เจ้าหน้าที่รับประกันว่าจะรับคำขอภายใน 15 วันและดำเนินการให้เสร็จภายในสามเดือน เมื่อคำขอได้รับการยอมรับ ผู้ยื่นคำขอจะได้รับอนุญาตให้ทำงานได้ในระหว่างรอผล สำหรับนายจ้างที่ประสบปัญหาขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะในภาคบริการ การเกษตร และการดูแลผู้สูงอายุ โครงการนี้เป็นช่องทางถูกกฎหมายในการจ้างงานแรงงานที่อยู่ในประเทศและพูดภาษาสเปนได้ดี นอกจากนี้ยังทำให้สเปนสอดคล้องกับประเทศในสหภาพยุโรปอื่นๆ เช่น อิตาลีในปี 2020 และโปรตุเกสในปี 2021 ที่ใช้การให้สถานะถิ่นที่อยู่ทางมนุษยธรรมเพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงานหลังวิกฤตโควิด ทีมงานฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคลควรตรวจสอบความเสี่ยงจากการจ่ายเงินนอกระบบและเริ่มวางแผนรับสมัครพนักงานใหม่ เพราะแรงงานที่ได้รับสถานะในวันที่ 1 พฤษภาคม อาจพร้อมทำสัญญาจ้างงานอย่างเป็นทางการได้ตั้งแต่ต้นฤดูร้อนนี้ สถานการณ์ทางการเมืองมีความสำคัญสูง องค์กรสนับสนุนการย้ายถิ่นชื่นชมแผนนี้ว่าเป็นประวัติศาสตร์ ขณะที่พรรคฝ่ายค้าน Vox มองว่าเป็นการจูงใจให้มีการเข้าประเทศโดยผิดกฎหมาย ผู้นำฝ่ายทรัพยากรบุคคลจึงควรติดตามข้อความกฎหมายอย่างใกล้ชิดเพื่อจับตาการแก้ไขในนาทีสุดท้าย โดยเฉพาะเรื่องเกณฑ์ตรวจสอบประวัติและโควต้าในแต่ละภาคส่วนที่อาจจำกัดสิทธิ์ผู้สมัคร
แหล่งที่มา: Europa Press