
พายุฤดูหนาวที่เคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วพัดผ่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐฯ ในคืนวันที่ 27-28 ธันวาคม ทำให้เกิดหิมะตกสูงสุดถึง 25 เซนติเมตร ตั้งแต่ซิราคิวส์ถึงลองไอส์แลนด์ และถนนหลายสายตั้งแต่เพนซิลเวเนียถึงแมสซาชูเซตส์ถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็ง รัฐนิวยอร์กและนิวเจอร์ซีย์ประกาศภาวะฉุกเฉิน เตือนประชาชนหลีกเลี่ยงการใช้ทางหลวงในขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังเคลียร์หิมะและดูแลจุดน้ำแข็งลื่น ในเซ็นทรัลพาร์คของนิวยอร์กซิตี้ หิมะตก 11 เซนติเมตร ซึ่งเป็นปริมาณมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2022 ก่อนรุ่งสาง
สำหรับนักธุรกิจที่เดินทาง ผลกระทบหนักที่สุดอยู่ที่ท้องฟ้า FlightAware รายงานการยกเลิกและล่าช้าของเที่ยวบินมากกว่า 9,000 เที่ยวในสนามบินสหรัฐฯ เมื่อวันเสาร์ โดยส่วนใหญ่เกิดขึ้นที่สนามบินหลักในเขตมหานครนิวยอร์ก ได้แก่ JFK, LaGuardia และ Newark สายการบิน American, United และ JetBlue ได้ยกเว้นค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนแปลงตั๋ว แต่ผู้จัดการเดินทางของบริษัทยังต้องเร่งจัดการจองใหม่ให้ผู้บริหารที่พยายามกลับมาทำงานก่อนสิ้นปี ขณะที่รถไฟ Amtrak และ NJ Transit ก็จำกัดความเร็วและลดตารางเดินรถในเส้นทางธุรกิจสำคัญ
การขนส่งทางถนนก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน รัฐนิวเจอร์ซีย์และเพนซิลเวเนียสั่งห้ามรถบรรทุกพาณิชย์ชั่วคราวในบางช่วงของทางหลวงระหว่างรัฐ ทำให้บริษัทโลจิสติกส์ต้องเปลี่ยนเส้นทางการส่งสินค้าที่ต้องถึงตรงเวลา บริษัทที่มีสินค้าคงคลังแบบ just-in-time โดยเฉพาะในกลุ่มค้าปลีกและวิทยาศาสตร์ชีวภาพเผชิญกับความล่าช้าในช่วงสุดท้ายของการจัดส่ง ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าแม้รถเกลี่ยหิมะจะเคลียร์ถนนเสร็จแล้ว แต่ปัญหาขาดแคลนพนักงานในสายการบินและผู้ดูแลภาคพื้นยังอาจส่งผลกระทบต่อกำหนดการในช่วงต้นสัปดาห์
ในอนาคต นักอุตุนิยมวิทยาระบุว่าพลังงานของพายุเริ่มเคลื่อนตัวออกสู่ทะเล แต่เนื่องจากอุณหภูมิในเวลากลางคืนยังต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง อาจเกิดการแข็งตัวซ้ำบนรันเวย์และลานขนถ่ายสินค้า ผู้เดินทางควรติดตามประกาศจากสายการบินเผื่อเวลาเพิ่มอีก 24 ชั่วโมงสำหรับการเดินทางกลับในช่วงวันหยุด และตรวจสอบให้แน่ใจว่าพนักงานสำคัญมีประกันการเดินทางและข้อมูลติดต่อดูแลความปลอดภัยของบริษัทที่อัปเดตแล้ว
สำหรับทีมงานด้านการเคลื่อนย้ายบุคลากรทั่วโลก เหตุการณ์นี้ตอกย้ำบทเรียนสำคัญสองประการ คือ ควรมีระบบติดตาม “การยกเว้นสภาพอากาศ” สำหรับเส้นทางที่มีปริมาณสูง และวางแผนเริ่มงานในเดือนมกราคมอย่างรอบคอบเพื่อรองรับพายุที่มักเกิดขึ้นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐฯ ช่วงปลายเดือนธันวาคม
สำหรับนักธุรกิจที่เดินทาง ผลกระทบหนักที่สุดอยู่ที่ท้องฟ้า FlightAware รายงานการยกเลิกและล่าช้าของเที่ยวบินมากกว่า 9,000 เที่ยวในสนามบินสหรัฐฯ เมื่อวันเสาร์ โดยส่วนใหญ่เกิดขึ้นที่สนามบินหลักในเขตมหานครนิวยอร์ก ได้แก่ JFK, LaGuardia และ Newark สายการบิน American, United และ JetBlue ได้ยกเว้นค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนแปลงตั๋ว แต่ผู้จัดการเดินทางของบริษัทยังต้องเร่งจัดการจองใหม่ให้ผู้บริหารที่พยายามกลับมาทำงานก่อนสิ้นปี ขณะที่รถไฟ Amtrak และ NJ Transit ก็จำกัดความเร็วและลดตารางเดินรถในเส้นทางธุรกิจสำคัญ
การขนส่งทางถนนก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน รัฐนิวเจอร์ซีย์และเพนซิลเวเนียสั่งห้ามรถบรรทุกพาณิชย์ชั่วคราวในบางช่วงของทางหลวงระหว่างรัฐ ทำให้บริษัทโลจิสติกส์ต้องเปลี่ยนเส้นทางการส่งสินค้าที่ต้องถึงตรงเวลา บริษัทที่มีสินค้าคงคลังแบบ just-in-time โดยเฉพาะในกลุ่มค้าปลีกและวิทยาศาสตร์ชีวภาพเผชิญกับความล่าช้าในช่วงสุดท้ายของการจัดส่ง ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าแม้รถเกลี่ยหิมะจะเคลียร์ถนนเสร็จแล้ว แต่ปัญหาขาดแคลนพนักงานในสายการบินและผู้ดูแลภาคพื้นยังอาจส่งผลกระทบต่อกำหนดการในช่วงต้นสัปดาห์
ในอนาคต นักอุตุนิยมวิทยาระบุว่าพลังงานของพายุเริ่มเคลื่อนตัวออกสู่ทะเล แต่เนื่องจากอุณหภูมิในเวลากลางคืนยังต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง อาจเกิดการแข็งตัวซ้ำบนรันเวย์และลานขนถ่ายสินค้า ผู้เดินทางควรติดตามประกาศจากสายการบินเผื่อเวลาเพิ่มอีก 24 ชั่วโมงสำหรับการเดินทางกลับในช่วงวันหยุด และตรวจสอบให้แน่ใจว่าพนักงานสำคัญมีประกันการเดินทางและข้อมูลติดต่อดูแลความปลอดภัยของบริษัทที่อัปเดตแล้ว
สำหรับทีมงานด้านการเคลื่อนย้ายบุคลากรทั่วโลก เหตุการณ์นี้ตอกย้ำบทเรียนสำคัญสองประการ คือ ควรมีระบบติดตาม “การยกเว้นสภาพอากาศ” สำหรับเส้นทางที่มีปริมาณสูง และวางแผนเริ่มงานในเดือนมกราคมอย่างรอบคอบเพื่อรองรับพายุที่มักเกิดขึ้นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐฯ ช่วงปลายเดือนธันวาคม
แหล่งที่มา: Reuters