
นักเดินทางทั่วฝรั่งเศสเผชิญกับการเริ่มต้นสุดสัปดาห์ที่ยากลำบากในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ เมื่อสนามบินหลัก 6 แห่งเกิดความล่าช้ารวม 433 เที่ยวบิน และยกเลิก 33 เที่ยวบิน ตามข้อมูลสดที่วิเคราะห์โดย Travel and Tour World สนามบินปารีส-ชาร์ลส์ เดอ โกลล์ (CDG) ได้รับผลกระทบหนักสุด มีเที่ยวบินล่าช้า 219 เที่ยว และยกเลิก 18 เที่ยว ขณะที่สนามบินปารีส-ออร์ลี มีเที่ยวบินล่าช้ามากกว่า 100 เที่ยว
ผู้บริหารสนามบินระบุว่า สาเหตุเกิดจากการผสมผสานของหมอกหนา ช่องว่างในการจัดตารางลูกเรือ และผลกระทบจากปัญหาระบบจัดการจราจรทางอากาศยุโรปเมื่อวันพฤหัสบดี สายการบินประจำชาติแอร์ฟรานซ์มีเที่ยวบินได้รับผลกระทบ 132 เที่ยว ขณะที่สายการบินต้นทุนต่ำอย่าง easyJet, Vueling และ Transavia ก็ได้รับผลกระทบหนักเช่นกัน ส่งผลต่อเส้นทางยอดนิยม เช่น ปารีส–นีซ, ลียง–บาร์เซโลนา และบอร์โดซ์–อัมสเตอร์ดัม
สำหรับผู้จัดการด้านการเดินทาง เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าตารางบินฤดูหนาวของฝรั่งเศสยังคงไวต่อสภาพอากาศและปัจจัยบุคลากร แม้จะไม่อยู่ในช่วงการนัดหยุดงานอย่างเป็นทางการ บริษัทที่มีประชุมในเช้าวันจันทร์ที่ปารีสหรือตูลูสต้องรีบจองตั๋วรถไฟความเร็วสูงให้พนักงานใหม่ SNCF รายงานยอดขายตั๋ว TGV ช่วงนาทีสุดท้ายเพิ่มขึ้น 12% ระหว่างเวลา 10:00 ถึง 15:00 น.
ตามข้อบังคับของสหภาพยุโรป EU Regulation 261/2004 ผู้โดยสารที่ล่าช้ามากกว่า 3 ชั่วโมงสามารถเรียกร้องค่าชดเชยสูงสุดถึง 600 ยูโรได้ ยกเว้นในกรณี “เหตุสุดวิสัย” ที่เกิดขึ้น ผู้เชี่ยวชาญด้านความเสี่ยงการเดินทางแนะนำให้เก็บใบรับรองการล่าช้าไว้ทันที เพราะสายการบินมักปิดกั้นการเรียกร้องค่าชดเชยออนไลน์หากไม่มีหลักฐานเอกสาร นายจ้างควรทบทวนนโยบายการดูแลพนักงานด้วย เพราะค่าที่พักโรงแรมในชานเมืองปารีสเฉลี่ยคืนละ 189 ยูโรในวันศุกร์ ซึ่งสูงกว่าข้อจำกัดงบประมาณของหลายบริษัท
สำนักงานการบินพลเรือนฝรั่งเศส (DGAC) ระบุว่ากำลังติดตามระดับความตรงต่อเวลา และจะพิจารณาการยกเว้นสิทธิ์การลงจอดหากความล่าช้าลุกลามจนเสี่ยงกระทบกับช่วงเวลาคนเดินทางกลับในวันอาทิตย์ ด้วยเทศกาลอีสเตอร์ที่ใกล้เข้ามาในอีกแปดสัปดาห์ ผู้ซื้อบริการเดินทางขององค์กรจึงเร่งให้สนามบินทดสอบแผนสำรองบุคลากรอย่างเข้มงวดตั้งแต่ตอนนี้ แทนการพึ่งพาการทำงานล่วงเวลาช่วงนาทีสุดท้าย
ผู้บริหารสนามบินระบุว่า สาเหตุเกิดจากการผสมผสานของหมอกหนา ช่องว่างในการจัดตารางลูกเรือ และผลกระทบจากปัญหาระบบจัดการจราจรทางอากาศยุโรปเมื่อวันพฤหัสบดี สายการบินประจำชาติแอร์ฟรานซ์มีเที่ยวบินได้รับผลกระทบ 132 เที่ยว ขณะที่สายการบินต้นทุนต่ำอย่าง easyJet, Vueling และ Transavia ก็ได้รับผลกระทบหนักเช่นกัน ส่งผลต่อเส้นทางยอดนิยม เช่น ปารีส–นีซ, ลียง–บาร์เซโลนา และบอร์โดซ์–อัมสเตอร์ดัม
สำหรับผู้จัดการด้านการเดินทาง เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าตารางบินฤดูหนาวของฝรั่งเศสยังคงไวต่อสภาพอากาศและปัจจัยบุคลากร แม้จะไม่อยู่ในช่วงการนัดหยุดงานอย่างเป็นทางการ บริษัทที่มีประชุมในเช้าวันจันทร์ที่ปารีสหรือตูลูสต้องรีบจองตั๋วรถไฟความเร็วสูงให้พนักงานใหม่ SNCF รายงานยอดขายตั๋ว TGV ช่วงนาทีสุดท้ายเพิ่มขึ้น 12% ระหว่างเวลา 10:00 ถึง 15:00 น.
ตามข้อบังคับของสหภาพยุโรป EU Regulation 261/2004 ผู้โดยสารที่ล่าช้ามากกว่า 3 ชั่วโมงสามารถเรียกร้องค่าชดเชยสูงสุดถึง 600 ยูโรได้ ยกเว้นในกรณี “เหตุสุดวิสัย” ที่เกิดขึ้น ผู้เชี่ยวชาญด้านความเสี่ยงการเดินทางแนะนำให้เก็บใบรับรองการล่าช้าไว้ทันที เพราะสายการบินมักปิดกั้นการเรียกร้องค่าชดเชยออนไลน์หากไม่มีหลักฐานเอกสาร นายจ้างควรทบทวนนโยบายการดูแลพนักงานด้วย เพราะค่าที่พักโรงแรมในชานเมืองปารีสเฉลี่ยคืนละ 189 ยูโรในวันศุกร์ ซึ่งสูงกว่าข้อจำกัดงบประมาณของหลายบริษัท
สำนักงานการบินพลเรือนฝรั่งเศส (DGAC) ระบุว่ากำลังติดตามระดับความตรงต่อเวลา และจะพิจารณาการยกเว้นสิทธิ์การลงจอดหากความล่าช้าลุกลามจนเสี่ยงกระทบกับช่วงเวลาคนเดินทางกลับในวันอาทิตย์ ด้วยเทศกาลอีสเตอร์ที่ใกล้เข้ามาในอีกแปดสัปดาห์ ผู้ซื้อบริการเดินทางขององค์กรจึงเร่งให้สนามบินทดสอบแผนสำรองบุคลากรอย่างเข้มงวดตั้งแต่ตอนนี้ แทนการพึ่งพาการทำงานล่วงเวลาช่วงนาทีสุดท้าย
แหล่งที่มา: Travel and Tour World