
ในความเคลื่อนไหวที่ได้รับการต้อนรับจากนายจ้างและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในฮ่องกง กรมตรวจคนเข้าเมืองฮ่องกงจะอนุญาตให้ผู้ถือวีซ่าทำงานและวีซ่าความสามารถยื่นขอขยายเวลาพำนักล่วงหน้าได้ถึงสามเดือนก่อนวีซ่าหมดอายุ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 ซึ่งเป็นระยะเวลาล่วงหน้าที่เพิ่มขึ้นเป็นสามเท่าจากเดิมที่ให้ยื่นได้เพียงหนึ่งเดือน กฎใหม่นี้ครอบคลุมโครงการนโยบายการจ้างงานทั่วไป, โครงการรับสมัครผู้มีความสามารถจากแผ่นดินใหญ่, โครงการรับสมัครบุคลากรด้านเทคโนโลยี, การจัดการตรวจคนเข้าเมืองสำหรับบัณฑิตต่างชาติ, โครงการรับสมัครผู้มีความสามารถคุณภาพสูง และผู้ติดตามในกลุ่มดังกล่าว สำหรับผู้ที่ถือใบอนุญาตเข้าพำนักสองปี หมายความว่าสามารถดำเนินการเอกสารได้หลังจากอยู่ในฮ่องกง 21 เดือน แทนที่จะต้องรอจนถึง 30 วันสุดท้าย โครงการ Top Talent Pass ได้รับสิทธิยื่นล่วงหน้าสามเดือนตั้งแต่พฤศจิกายน 2567 และขณะนี้ความยืดหยุ่นนี้ถูกนำมาใช้เป็นมาตรฐานทั่วทั้งระบบ ที่ปรึกษาด้านตรวจคนเข้าเมืองระบุว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ช่วยให้การวางแผนการเคลื่อนย้ายบุคลากรของบริษัทข้ามชาติง่ายขึ้น ทีมงานฝ่ายทรัพยากรบุคคลในภูมิภาคสามารถประสานงานการต่ออายุวีซ่าฮ่องกงให้ตรงกับปฏิทินตรวจคนเข้าเมืองในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ลดความเสี่ยงที่วีซ่าจะขาดช่วง และหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายในการส่งเอกสารด่วนเมื่อผู้บริหารเดินทางธุรกิจพบว่าวีซ่ากำลังจะหมดอายุ ช่องทางการยื่นขอที่เร็วขึ้นยังช่วยให้กรมตรวจคนเข้าเมืองมีความสามารถในการจัดการคำขอต่ออายุประมาณ 60,000 รายการที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปีนี้ภายใต้โครงการ Top Talent Pass และโครงการอื่น ๆ ลดปัญหาความล่าช้าในช่วงฤดูเร่งด่วน ในทางปฏิบัติ ผู้สมัครยังคงต้องจองนัดหมายออนไลน์และอัปโหลดเอกสารผ่านพอร์ทัล iAM Smart หรือ MyGovHK ของกรมตรวจคนเข้าเมือง อย่างไรก็ตาม บริษัทควรวางแผนตรวจสุขภาพและการรับรองวุฒิการศึกษาโดยทนายความล่วงหน้า เพราะเอกสารที่ขาดหายอาจทำให้ต้องเรียกสัมภาษณ์หรือขอเอกสารเพิ่มเติม ซึ่งจะทำให้กระบวนการนานเกินสี่สัปดาห์ ผู้ที่ได้รับมอบหมายงานจากต่างประเทศและวางแผนเปลี่ยนนายจ้างต้องจำไว้ว่าการต่ออายุต้องใช้สัญญาจ้างงานฉบับใหม่ การต่ออายุสัญญาเดิมเพียงอย่างเดียวจะไม่ผ่านการตรวจสอบตามข้อกำหนด สำหรับกลยุทธ์ด้านบุคลากรของฮ่องกง การประกาศครั้งนี้เป็นสัญญาณที่ละเอียดแต่สำคัญที่แสดงถึงความมั่นใจ หลังจากสองปีที่มีการอพยพออกจากเมืองเนื่องจากโรคระบาด ฮ่องกงกำลังพยายามรักษาผู้เชี่ยวชาญที่มีรายได้สูงให้อยู่ต่อ และโน้มน้าวสำนักงานใหญ่ของบริษัทต่างชาติว่าการจัดการบุคลากรในฮ่องกง—แม้จะเป็นฐานกระโดดสู่ Greater Bay Area—ยังคงมีความแน่นอนและคาดการณ์ได้ทางด้านการบริหารจัดการ
แหล่งที่มา: EY Global Tax Alert