
เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองโปแลนด์ได้ระงับการจราจรพลเรือนที่ด่านตรวจถนนโปวอลซ์และสลาวาตีเช่ ริมชายแดนเบลารุส ตามข้อมูลที่เผยแพร่บนพอร์ทัลสด granica.gov.pl เมื่อเวลา 20:16 น. วันที่ 24 เมษายน การปิดด่านนี้ส่งผลกระทบต่อทั้งรถโดยสารและรถบรรทุก เป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย “ไม่อดทนต่อการอพยพผิดกฎหมาย” ขณะที่วอร์ซอว์เร่งสร้างป้อมปราการ ‘โล่ตะวันออก’ มูลค่าหลายพันล้านซลอตีตามแนวชายแดนตะวันออก ผู้ส่งสินค้าแจ้งว่าการปิดด่านอย่างกะทันหันทำให้ผู้ขนส่งต้องเปลี่ยนเส้นทางผ่านเทเรสโปล, คูซนิกา หรือทางด่วน S19 ไปยังโคโรชิน เพิ่มระยะทางถึง 120 กิโลเมตร และสร้างปัญหาคับคั่งที่จุดผ่านแดนที่เหลือ เวลารอเฉลี่ยของรถบรรทุกที่ออกจากโปแลนด์ที่คูซนิกาเพิ่มจาก 1 ชั่วโมงเป็น 3 ชั่วโมงในชั่วข้ามคืน สมาคมโลจิสติกส์เตือนว่าจะเกิดความล่าช้าในการส่งของไปยังเยอรมนี สำหรับนักธุรกิจ ผลกระทบทันทีเกิดกับพนักงานที่อยู่ในโปแลนด์หรือสหภาพยุโรปซึ่งเดินทางรายวันจากเมืองชายแดนเบลารุสไปยังโรงงานในภูมิภาคโพดลัสกีและลูเบลสกี นายจ้างต้องตรวจสอบว่าพนักงานที่ได้รับผลกระทบมีบัตรพำนักหลายครั้งหรือไม่ และควรเตรียมที่พักสำรองในโปแลนด์หากการเดินทางรายวันไม่สะดวก ชาวต่างชาติที่ต้องออกนอกประเทศเพื่อยืนยันสถานะทางกฎหมาย (การเดินทางแบบ “ประทับตราออก-ประทับตราเข้า”) ควรใช้ทางรถไฟเทเรสโปลหรือบินผ่านวิลนีอุสจนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม รัฐบาลยังไม่กำหนดวันเปิดด่านใหม่ เจ้าหน้าที่ระบุว่าจะพิจารณาการเปิดด่านอีกครั้ง “เมื่อสถานการณ์ความมั่นคงเอื้ออำนวย” โดยชี้ถึงคำเตือนการก่อวินาศกรรมล่าสุดและการเคลื่อนไหวทางทหารของรัสเซียที่เพิ่มขึ้นในเบลารุส กระทรวงมหาดไทยมีอำนาจตามกฎหมายในการระงับด่านผ่านแดนเฉพาะตามมาตรา 15 ของพระราชบัญญัติเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเมื่อความมั่นคงของชาติเป็นเดิมพัน ผู้จัดการห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกควรแนะนำผู้ขนส่งให้ตรวจสอบคิวสดของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองก่อนส่งสินค้า เตรียมงบประมาณค่าขนส่งที่สูงขึ้น และแจ้งลูกค้าในเยอรมนี สาธารณรัฐเช็ก และสโลวาเกียถึงความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้น บริษัทที่มีสถานะ AEO (ผู้ประกอบการเศรษฐกิจที่ได้รับอนุญาต) สามารถขอใช้ช่องทางพิเศษที่สถานีรถไฟเทเรสโปล–เบรสต์ได้ แต่มีข้อจำกัดด้านความจุ
แหล่งที่มา: Polish Border Guard (granica.gov.pl)