
โครงการนำร่องการย้ายถิ่นฐานชุมชนชนบทของแคนาดา (RCIP) ถูกออกแบบมาเป็นเส้นทางเล็กๆ ที่เปิดโอกาสให้ชุมชนขนาดเล็ก 14 แห่งสามารถแนะนำแรงงานต่างชาติให้ได้รับสถานะถิ่นที่อยู่ถาวร หลังจากเปิดตัวได้เพียงปีเดียว โครงการนี้ก็เต็มไปด้วยความต้องการ ข้อมูลใหม่จากหลายภูมิภาคที่เข้าร่วมแสดงให้เห็นว่า มีผู้ย้ายถิ่นฐานใหม่กว่า 800 คนได้รับสถานะถิ่นที่อยู่ถาวรในช่วงมกราคม-กุมภาพันธ์ 2026 เท่านั้น ขณะที่มีใบสมัครอีกหลายพันใบรอคิวสำหรับจำนวนที่นั่งที่จำกัด ผู้จัดการโครงการจาก North Okanagan-Shuswap (บริติชโคลัมเบีย) และ Brandon (มานิโทบา) ระบุว่า ผู้สมัครส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างชาติที่อาศัยอยู่ในแคนาดาในสถานะชั่วคราว ซึ่งช่วยเติมเต็มช่องว่างทักษะในภาคการผลิต การดูแลสุขภาพ การก่อสร้าง และการศึกษาปฐมวัย ตัวอย่างเช่น North Okanagan-Shuswap สามารถเสนอชื่อผู้สมัครหลักได้เพียง 330–350 คนต่อปี แต่คาดว่าจะมีคำขอถึง 7,500 รายในช่วงห้าปีของโครงการ เนื่องจากแต่ละชุมชนกำหนดอาชีพที่มีความสำคัญเอง นายจ้างจึงต้องแข่งขันกันเพื่อชิง 25 ตำแหน่งที่สามารถเสนอชื่อได้ เจ้าหน้าที่พัฒนาทางเศรษฐกิจชี้ว่า โครงการนี้กลายเป็นเครื่องมือในการรักษาแรงงานไว้ หากไม่มีเส้นทางสู่ถิ่นที่อยู่ถาวรที่ชัดเจน แรงงานชั่วคราวจำนวนมากอาจย้ายไปยังเมืองใหญ่ ขณะเดียวกัน อัตราว่างงานของเยาวชนในบางภูมิภาคสูงกว่า 13 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งก่อให้เกิดการถกเถียงว่า รัฐบาลออตตาวาควรจำกัดจำนวนแรงงานต่างชาติหรือขยายการฝึกอบรมสำหรับผู้หางานในท้องถิ่นหรือไม่ ทนายความด้านการย้ายถิ่นเตือนว่า การแข่งขันที่เข้มข้นนี้เปิดโอกาสให้ผู้ไม่หวังดีเอาเปรียบผู้สมัครที่ต้องการการเสนอชื่ออย่างเร่งด่วน ชุมชนต่างๆ จึงเรียกร้องให้ IRCC ชี้แจงโควต้าให้ชัดเจนตั้งแต่ต้นปี เพื่อให้นายจ้างและแรงงานสามารถวางแผนการสรรหาและหลีกเลี่ยงความผิดหวังในนาทีสุดท้าย สำหรับนายจ้างข้ามชาติที่มีสถานประกอบการนอกศูนย์กลางใหญ่ของแคนาดา บทเรียนที่ชัดเจนคือ เส้นทางสู่ถิ่นที่อยู่ถาวรในท้องถิ่นยังคงเป็นไปได้ แต่ทีมทรัพยากรบุคคลต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว ปรับคำบรรยายงานให้สอดคล้องกับรายชื่ออาชีพที่แต่ละชุมชนประกาศ และเตรียมงบประมาณสำหรับระยะเวลาการดำเนินการที่ยาวนานขึ้นเนื่องจากความต้องการที่เพิ่มขึ้น
แหล่งที่มา: CityNews/Canadian Press