
ออสเตรียได้ก้าวสู่จุดเปลี่ยนสำคัญในโครงการ Smart Border Austria ที่ดำเนินมายาวนาน โดยกระทรวงการคลังได้ประกาศเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2026 ว่าการเข้าร่วมกระบวนการ Smart Border Austria จะเป็นข้อบังคับสำหรับการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนทั้งหมด ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผู้ขนส่งที่ยังใช้เอกสารผ่านแดนแบบกระดาษ (ที่เรียกว่า “Laufzettel”) ต้องเปลี่ยนมาใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์เต็มรูปแบบตามแบบข้อมูลศุลกากรของสหภาพยุโรปและชุดข้อความ IEATBT44/43
โครงการ Smart Border ซึ่งเริ่มในปี 2022 เพื่อปรับปรุงด่านชายแดนทางบกของออสเตรียกับสวิตเซอร์แลนด์ ลิกเตนสไตน์ และเยอรมนี ได้ถูกนำมาใช้เป็นขั้นตอน โดยในเดือนกรกฎาคม 2024 ได้เปิดใช้กระบวนการ “Goods Location Corridor” ดิจิทัล และในเดือนมกราคม 2026 ได้บังคับใช้การลงทะเบียนผ่านแดนอิเล็กทรอนิกส์อย่างเต็มรูปแบบ
ขั้นตอนในวันนี้ได้ยกเลิกการใช้เอกสารกระดาษแบบเดิมอย่างสมบูรณ์ โดยภายในวันที่ 8 กันยายน 2026 จะเลิกใช้กระบวนการผ่านแดนแบบเก่า และตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2026 ระบบ Smart Border จะทำงานเต็มรูปแบบทั่วประเทศ
สำหรับผู้จัดการด้านโลจิสติกส์และการเคลื่อนย้าย การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่แค่การอัปเกรดระบบไอทีเท่านั้น แต่ยังช่วยตรวจสอบข้อมูลความปลอดภัยและความมั่นคงล่วงหน้า (ICS2) ลดเวลารอที่ด่าน และเปิดให้บริการข้ามแดนแบบบริการตนเอง 24 ชั่วโมงที่ด่านที่มีการจราจรน้อยในโฟรารล์แบร์ก เช่น Tisis และ Höchst
บริษัทที่ได้รับการรับรองเป็นผู้ประกอบการทางเศรษฐกิจที่ได้รับอนุญาต (AEO) จะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมในช่องทางด่วนเมื่อโครงการนำร่อง “Rolling Corridor” ขยายตัวในเดือนสิงหาคมและกันยายน
การไม่ส่งข้อความแจ้งการมาถึง IEATBT44 ก่อนถึงพรมแดนจะถูกปรับอัตโนมัติและอาจทำให้สินค้าถูกตรวจสอบทางกายภาพอย่างเต็มรูปแบบ กระทรวงแนะนำให้ลงทะเบียนผู้ขนส่งรองล่วงหน้าและผนวก API ของ Smart Border เข้ากับระบบบริหารจัดการขนส่งเพื่อหลีกเลี่ยงความล่าช้าในช่วงฤดูร้อน
บริษัทที่ปรึกษา PwC Austria ประเมินว่าการตรวจสอบล่วงหน้าดิจิทัลจะช่วยประหยัดเวลารอและลดงานเอกสารให้กับผู้ส่งออกได้สูงถึง 19 ล้านยูโรต่อปี
แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะมีผลกระทบหลักกับการขนส่งสินค้า แต่ทีมงานด้านการเคลื่อนย้ายผู้โดยสารก็ควรให้ความสนใจ เพราะแพลตฟอร์ม Single Window ที่ใช้เป็นฐานยังเป็นโครงสร้างสำคัญสำหรับระบบ Entry/Exit System (EES) และ ETIAS ที่จะเปิดใช้ในอนาคต
การเปลี่ยนแปลงบังคับใช้ในวันนี้จึงสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของออสเตรียที่จะย้ายกระบวนการชายแดนทั้งหมด—ทั้งคนและสินค้า—เข้าสู่ระบบที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลอย่างเต็มรูปแบบ
โครงการ Smart Border ซึ่งเริ่มในปี 2022 เพื่อปรับปรุงด่านชายแดนทางบกของออสเตรียกับสวิตเซอร์แลนด์ ลิกเตนสไตน์ และเยอรมนี ได้ถูกนำมาใช้เป็นขั้นตอน โดยในเดือนกรกฎาคม 2024 ได้เปิดใช้กระบวนการ “Goods Location Corridor” ดิจิทัล และในเดือนมกราคม 2026 ได้บังคับใช้การลงทะเบียนผ่านแดนอิเล็กทรอนิกส์อย่างเต็มรูปแบบ
ขั้นตอนในวันนี้ได้ยกเลิกการใช้เอกสารกระดาษแบบเดิมอย่างสมบูรณ์ โดยภายในวันที่ 8 กันยายน 2026 จะเลิกใช้กระบวนการผ่านแดนแบบเก่า และตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2026 ระบบ Smart Border จะทำงานเต็มรูปแบบทั่วประเทศ
สำหรับผู้จัดการด้านโลจิสติกส์และการเคลื่อนย้าย การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่แค่การอัปเกรดระบบไอทีเท่านั้น แต่ยังช่วยตรวจสอบข้อมูลความปลอดภัยและความมั่นคงล่วงหน้า (ICS2) ลดเวลารอที่ด่าน และเปิดให้บริการข้ามแดนแบบบริการตนเอง 24 ชั่วโมงที่ด่านที่มีการจราจรน้อยในโฟรารล์แบร์ก เช่น Tisis และ Höchst
บริษัทที่ได้รับการรับรองเป็นผู้ประกอบการทางเศรษฐกิจที่ได้รับอนุญาต (AEO) จะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมในช่องทางด่วนเมื่อโครงการนำร่อง “Rolling Corridor” ขยายตัวในเดือนสิงหาคมและกันยายน
การไม่ส่งข้อความแจ้งการมาถึง IEATBT44 ก่อนถึงพรมแดนจะถูกปรับอัตโนมัติและอาจทำให้สินค้าถูกตรวจสอบทางกายภาพอย่างเต็มรูปแบบ กระทรวงแนะนำให้ลงทะเบียนผู้ขนส่งรองล่วงหน้าและผนวก API ของ Smart Border เข้ากับระบบบริหารจัดการขนส่งเพื่อหลีกเลี่ยงความล่าช้าในช่วงฤดูร้อน
บริษัทที่ปรึกษา PwC Austria ประเมินว่าการตรวจสอบล่วงหน้าดิจิทัลจะช่วยประหยัดเวลารอและลดงานเอกสารให้กับผู้ส่งออกได้สูงถึง 19 ล้านยูโรต่อปี
แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะมีผลกระทบหลักกับการขนส่งสินค้า แต่ทีมงานด้านการเคลื่อนย้ายผู้โดยสารก็ควรให้ความสนใจ เพราะแพลตฟอร์ม Single Window ที่ใช้เป็นฐานยังเป็นโครงสร้างสำคัญสำหรับระบบ Entry/Exit System (EES) และ ETIAS ที่จะเปิดใช้ในอนาคต
การเปลี่ยนแปลงบังคับใช้ในวันนี้จึงสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของออสเตรียที่จะย้ายกระบวนการชายแดนทั้งหมด—ทั้งคนและสินค้า—เข้าสู่ระบบที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลอย่างเต็มรูปแบบ
แหล่งที่มา: Austrian Ministry of Finance