
กลุ่มบริษัท China State Railway รายงานเมื่อวันที่ 19 กันยายนว่า เครือข่ายรถไฟแห่งชาติของจีนได้ให้บริการผู้โดยสารถึง 3.32 พันล้านเที่ยวในช่วงแปดเดือนแรกของปี 2026 เพิ่มขึ้น 3.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และเป็นสถิติสูงสุดที่เคยบันทึกไว้ในช่วงเวลานี้ การเดินทางของผู้โดยสารต่างชาติเพิ่มขึ้นถึง 33% เป็น 16.68 ล้านเที่ยว ได้รับแรงหนุนจากนโยบายการผ่านแดนโดยไม่ต้องขอวีซ่า 240 ชั่วโมงที่ขยายเพิ่ม และโครงการยกเว้นวีซ่า 30 วันครอบคลุม 57 ประเทศที่ดำเนินมาเป็นปี การเดินทางข้ามพรมแดนเป็นจุดเด่นสำคัญ รถไฟจีน-ลาวให้บริการผู้โดยสารระหว่างประเทศ 245,000 คน เพิ่มขึ้น 39% ขณะที่เส้นทางรถไฟความเร็วสูงกวางโจว-เซินเจิ้น-ฮ่องกง มีจำนวนการข้ามพรมแดนถึง 23.4 ล้านเที่ยว เพิ่มขึ้น 10.7% เจ้าหน้าที่ระบุว่าความสำเร็จนี้มาจากการใช้ระบบตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ที่รวดเร็ว ประตูขึ้นรถที่ใช้เทคโนโลยีจดจำใบหน้าสำหรับชาวต่างชาติ และการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรร่วมแบบ “จุดเดียว” ที่สถานีคุนหมิงและเวสต์เกาลูน ตัวเลขเหล่านี้มีความสำคัญต่อบริษัทที่บริหารงานในภูมิภาค เพราะรถไฟกำลังเข้ามาแทนที่เที่ยวบินระยะสั้นสำหรับการเดินทางภายในเขต Greater Bay Area และการเยี่ยมชมไซต์ซัพพลายเชนตามแนวชายฝั่งอ่าว Pan-Beibu การเปรียบเทียบนโยบายการเดินทางพบว่า 41% ของบริษัท Fortune 500 ที่มีสำนักงานในกวางตุ้งสนับสนุนให้พนักงานใช้รถไฟความเร็วสูงที่ระยะทางไม่เกิน 1,200 กิโลเมตร เพื่อลดรอยเท้าคาร์บอนและลดความล่าช้าที่เกิดจากสภาพอากาศ China Railway ประกาศว่าจะเพิ่มเที่ยวรถไฟอีก 2,800 เที่ยวในช่วงวันหยุดเทศกาลกลางฤดูใบไม้ร่วงและสัปดาห์ทอง 29 กันยายน–8 ตุลาคม โดยให้ความสำคัญกับเส้นทางข้ามพรมแดนและเส้นทางท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังทดลองระบบชำระเงินผ่านบัตรเครดิตต่างประเทศในแอปพลิเคชัน ซึ่งเป็นปัญหาสำหรับชาวต่างชาติที่ไม่มี e-wallet ของจีน สำหรับผู้วางแผนการเคลื่อนย้ายบุคลากรทั่วโลก ข้อสรุปชัดเจนว่า รถไฟกำลังกลายเป็นเสาหลักที่ขาดไม่ได้ในโปรแกรมการเดินทางในจีน บริษัทควรปรับตารางค่าเบี้ยเลี้ยงรายวันให้สอดคล้องกับเส้นทางที่เน้นการเดินทางโดยรถไฟ และพิจารณาเปิดบัญชีองค์กรกับบริการ “Key Client Fast Track” ของ China Railway เพื่อรับประกันที่นั่งในช่วงเวลาที่มีผู้ใช้บริการหนาแน่น
แหล่งที่มา: Xinhua / Gov.cn