
รายงานสืบสวนของ Times of India ที่เผยแพร่เมื่อเวลา 02:16 น. วันที่ 20 กรกฎาคม 2026 เปิดเผยเครือข่ายจัดหางานที่มีการวางแผนอย่างเป็นระบบในการลักลอบนำแรงงานชาวบังกลาเทศเข้าสู่ประเทศอินเดีย เพื่อรองรับความต้องการแรงงานค่าจ้างต่ำในอุตสาหกรรมสิ่งทอ การก่อสร้าง และโรงงานผลิตยาเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจอัสสัมระดับสูงระบุว่า กลุ่มนายหน้าชาวบังกลาเทศทำหน้าที่สรรหาแรงงาน ขณะที่ผู้ช่วยนำทางลักลอบข้ามพรมแดนผ่านรัฐเมฆาลัย ทริปุระ และเบงกอลตะวันตก ส่วนคนกลางชาวอินเดียจัดเตรียมบัตร Aadhaar และ PAN ปลอมเพื่อ ‘ทำให้ถูกกฎหมาย’ ก่อนส่งต่อแรงงานไปยังนายจ้างในรัฐต่างๆ เช่น ทมิฬนาฑู เมื่อไม่นานมานี้ รัฐอัสสัมสามารถจับกุมเครือข่ายดังกล่าวได้ที่สถานีรถไฟกูวาฮาติ โดยจับกุมผู้ต้องสงสัย 34 คนที่กำลังลำเลียงแรงงานไปยังโรงงานถักทอในทิรุปปูร์ รัฐได้ยกเรื่องนี้ขึ้นหารือในที่ประชุมระดับชาติของผู้กำกับการตำรวจเขตชายแดนเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ซึ่งมีรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย อมิต ชาห์ เป็นประธาน และเรียกร้องให้มีการออกกฎหมายกลางเพื่อลงโทษนายจ้างที่จ้างแรงงานผิดกฎหมายอย่างรู้เท่าทัน สำหรับบริษัทผู้ผลิตข้ามชาติที่มีโรงงานในรัฐชายแดนหรือพื้นที่ห่างไกล รายงานนี้ถือเป็นสัญญาณเตือน การตรวจค้นอาจทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนแรงงานอย่างกะทันหัน การหยุดชะงักของการผลิต และความเสียหายต่อชื่อเสียงหากการตรวจสอบห่วงโซ่อุปทานพบการจ้างงานผิดกฎหมาย บริษัทจึงควรเข้มงวดในการคัดเลือกผู้รับเหมา ตรวจสอบเอกสารแรงงานผ่านระบบยืนยันตัวตนด้วยไบโอเมตริกซ์ Aadhaar และจัดตั้งสายด่วนรับเรื่องร้องเรียนจากผู้แจ้งเบาะแส ผลการสืบสวนนี้ยังสอดคล้องกับมาตรการเข้มงวดของรัฐบาลนิวเดลีในการปราบปรามการเข้าเมืองผิดกฎหมาย ซึ่งรัฐบาลเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงทางประชากร การทุจริตในทะเบียนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และความมั่นคงของชาติ นักวิเคราะห์นโยบายคาดการณ์ว่าจะมีการออกกฎหมายลงโทษนายจ้างที่เข้มงวดขึ้น อาจอิงแบบการตรวจสอบสิทธิทำงานของสหราชอาณาจักร หรือระบบ E-Verify ของสหรัฐฯ ภายในสมัยประชุมรัฐสภาครั้งหน้า ผู้นำด้านการเคลื่อนย้ายแรงงานและทรัพยากรบุคคลจึงต้องเตรียมพร้อมรับการตรวจสอบเอกสารแรงงานอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะในภาคส่วนที่พึ่งพาแรงงานทักษะต่ำสูง และต้องประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นอย่างรอบคอบเพื่อแสดงความโปร่งใสและปฏิบัติตามกฎหมาย
แหล่งที่มา: The Times of India