
การต่อสู้เรื่องการย้ายถิ่นฐานที่มีความเป็นส่วนตัวอย่างลึกซึ้งได้กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจในระดับประเทศ หลังจาก Cyprus Mail ได้รายงานเรื่องราวของโรมานี ยูเซฟ ผู้ลี้ภัยชาวอียิปต์ที่ถูกควบคุมตัวเพื่อส่งตัวกลับประเทศ แม้ว่าคู่หมั้นชาวไซปรัสของเขาจะตั้งครรภ์ได้หกเดือนแล้ว ยูเซฟเดินทางมาถึงในปี 2015 และใช้สิทธิอุทธรณ์จนหมดในปี 2024 เขาถูกจับกุมเมื่อสองเดือนก่อนในฐานะ “ผู้อพยพผิดกฎหมาย” และขณะนี้ถูกควบคุมตัวที่ศูนย์กักกันเมโนเกีย รอการส่งตัวกลับ ปัญหาคือ ตามกฎหมายของไซปรัส เด็กที่เกิดจากพ่อหรือแม่ที่ไม่มีเอกสารอาจกลายเป็นคนไร้สัญชาติได้ แต่การส่งตัวกลับอาจทำให้ครอบครัวแยกจากกันอย่างไม่มีกำหนด และเสี่ยงที่ยูเซฟ—นักข่าวคริสเตียนที่กล้าพูด—จะถูกข่มเหงซ้ำในอียิปต์ ทนายความเรียกร้องให้รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยใช้ดุลยพินิจระงับการส่งตัวกลับด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรม โดยอ้างถึงคำสั่งคืนตัวของสหภาพยุโรปและอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิเด็ก ผู้เชี่ยวชาญด้านการเคลื่อนย้ายแรงงานกำลังจับตาดูอย่างใกล้ชิด เนื่องจากกรณีนี้ชี้ให้เห็นว่าข้อกำหนดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ในครอบครัวอาจมีผลเหนือกว่านโยบายการส่งตัวกลับที่เข้มงวด บริษัทที่จ้างแรงงานจากประเทศที่สามควรทราบว่า การตั้งครรภ์ แผนการแต่งงาน หรือญาติที่พึ่งพิงในไซปรัส อาจสร้างอุปสรรคทางกฎหมายต่อการยุติการพำนัก คณะกรรมการตรวจสอบการกักกันผู้อพยพจะประชุมในวันที่ 29 กรกฎาคม หากมีคำแนะนำให้ปล่อยตัว เจ้าหน้าที่อาจกำหนดเงื่อนไข เช่น การรายงานตัวเป็นประจำและการแสดงหลักฐานรายได้ หากการส่งตัวกลับดำเนินต่อไป ยูเซฟจะถูกห้ามเข้าประเทศเป็นเวลา 5 ปี ซึ่งนักวิจารณ์มองว่าเป็นการลงโทษที่ไม่สมเหตุสมผลและขัดต่อหลักการความสมเหตุสมผลของสหภาพยุโรป นอกจากเรื่องราวส่วนตัวแล้ว เหตุการณ์นี้ยังจุดประกายการถกเถียงเกี่ยวกับช่องว่างในประมวลสัญชาติของไซปรัสที่อาจทำให้เด็กที่เกิดจากคู่สมรสที่มีสถานะต่างกันไม่มีสัญชาติ แผนแก้ไขร่างกฎหมายมีกำหนดอ่านครั้งแรกในเดือนกันยายน และบริษัทข้ามชาติควรติดตามผลลัพธ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อผู้พึ่งพิงของพนักงานต่างชาติ
แหล่งที่มา: Cyprus Mail