
Condé Nast Traveller Middle East ได้อัปเดตคำแนะนำการเดินทางเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2026 โดยเตือนว่าสถานการณ์ตารางบินในอ่าวยังคง “ไม่แน่นอนสูง” แม้ว่าวอชิงตันจะประกาศระงับการตอบโต้กับอิหร่าน รายงานเน้นย้ำคำเตือนจาก European Union Aviation Safety Agency (EASA) ที่แนะนำสายการบินหลีกเลี่ยงน่านฟ้าของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน กาตาร์ คูเวต และโอมานอย่างน้อยจนถึงวันที่ 29 กรกฎาคม สายการบินนานาชาติรายใหญ่ เช่น Air France, KLM, Lufthansa และ British Airways ได้ขยายเวลาหยุดให้บริการเที่ยวบินไปยังดูไบและอาบูดาบี ขณะที่สายการบินอย่าง Emirates และ Etihad ยังคงให้บริการในเส้นทางที่ลดลงโดยใช้เส้นทางอ้อมยาวขึ้นผ่านทะเลอาหรับ ผู้โดยสารประสบปัญหาเวลาบินที่ยาวนานขึ้น การแวะเติมน้ำมันทางเทคนิคในยุโรปใต้ และการเปลี่ยนแปลงตารางบินกะทันหัน เนื่องจากสายการบินต้องจัดการข้อจำกัดเวลาทำงานของลูกเรือ สำหรับผู้จัดการด้านการเดินทาง คำแนะนำนี้เน้นความเสี่ยงที่ควรระวัง ได้แก่ 1) นโยบายประกันภัยของบริษัทอาจไม่ครอบคลุมเส้นทางในพื้นที่ความขัดแย้ง 2) การวางแผนอพยพฉุกเฉินต้องคำนึงถึงความเป็นไปได้ที่สนามบินหลักในอ่าวอาจปิดทำการ และ 3) พนักงานอาจต้องขอวันลาพิเศษหรือวีซ่าผ่านแดนเพิ่มเติมหากเส้นทางบินเปลี่ยนกลางทาง สำนักงานการบินพลเรือนแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์แจ้งว่าสนามบินในประเทศยังเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ แต่แนะนำให้ผู้โดยสารตรวจสอบสถานะเที่ยวบินจนถึงเวลาขึ้นเครื่อง บริษัทที่มีพนักงานหมุนเวียนหรือพนักงานที่บินเข้า-ออกควรตรวจสอบแผนการเดินทางทุกวันและเก็บสำเนาวีซ่าอิเล็กทรอนิกส์และการจองโรงแรมไว้ในอุปกรณ์มือถือเพื่อความรวดเร็วในการจัดหาที่พักใหม่ นักวิเคราะห์คาดว่าการจราจรจะกลับสู่ภาวะปกติเมื่อคำเตือนของ EASA หมดอายุ แต่หากมีกิจกรรมทางทหารใหม่ อาจมีการสั่งห้ามบินเพิ่มเติม ดังนั้นบริษัทจึงควรหลากหลายเส้นทาง เช่น ผ่านเจดดาห์หรือมัสกัต และให้คำแนะนำพนักงานเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยในกรณีต้องพักค้างคืนระหว่างทาง
แหล่งที่มา: Condé Nast Traveller Middle East