
ในการปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายครั้งใหญ่ที่สุดในรอบปีนี้ เจ้าหน้าที่หน่วยยามชายแดนโปลิชจากภูมิภาคซิลีเซียได้เข้าตรวจสอบสถานที่ผลิตแห่งหนึ่งใกล้เมืองนิซา จังหวัดโอโปเล่ และจับกุมแรงงานต่างชาติ 38 คน ได้แก่ ชาวฟิลิปปินส์ 32 คน และชาวโคลอมเบีย 6 คน ที่ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตที่ถูกต้อง ตามรายงานของหน่วยงาน แรงงานเหล่านี้ถูกจัดหาผ่านบริษัทจัดหางานที่ไม่สามารถจัดเตรียมเอกสารอนุญาตทำงานและใบอนุญาตพำนักได้ โดยคาดว่าบริษัทลูกค้าไม่ได้ตรวจสอบสถานะทางกฎหมายของแรงงานเหล่านี้
แรงงานต่างชาติ 37 คนได้รับคำสั่งให้เดินทางออกจากโปลแลนด์ภายใน 30 วัน พร้อมกับถูกห้ามกลับเข้าพื้นที่เชงเก้นเป็นเวลา 1 ปี ขณะที่ชาวโคลอมเบีย 4 คนถูกตั้งข้อหาทางอาญาในข้อหาหลอกลวงเพื่อเข้าประเทศ ซึ่งเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาโปลแลนด์มาตรา 264 วรรค 2 นอกจากนี้ หน่วยยามชายแดนยังได้เปิดการสอบสวนบริษัทจัดหางานและผู้รับเหมาช่วงเพื่อหาสาเหตุว่าการละเมิดนี้เกิดจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงหรือเป็นแผนการที่ตั้งใจ
การจับกุมครั้งนี้สะท้อนถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อผู้ประกอบการในโปลแลนด์ เนื่องจากรัฐบาลได้เข้มงวดการตรวจสอบห่วงโซ่การจัดหางานชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2025 เป็นต้นมา โปลแลนด์ได้กำหนดให้การยื่นขอใบอนุญาตทำงานเป็นระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบและยกเลิกการทดสอบตลาดแรงงาน ทำให้การจ้างงานถูกกฎหมายง่ายขึ้นและโปร่งใสมากขึ้น สถิติของหน่วยยามชายแดนแสดงให้เห็นว่ามีคำสั่งเนรเทศมากกว่า 300 คำสั่งทั่วประเทศในช่วง 6 สัปดาห์แรกของปี 2026 ส่วนใหญ่เกี่ยวกับการจ้างงานผิดกฎหมายและการอยู่เกินกำหนด ซึ่งบ่งชี้ว่าการตรวจสอบสถานที่ทำงานจะยังคงเป็นเรื่องสำคัญ
สำหรับบริษัทข้ามชาติที่ดำเนินธุรกิจในโปลแลนด์ กรณีนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าการพึ่งพาผู้ให้บริการแรงงานภายนอกไม่ได้ช่วยให้ผู้ใช้แรงงานปลอดภัยจากความรับผิดชอบ ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคลและฝ่ายเคลื่อนย้ายแรงงานควรขอสำเนาใบอนุญาตพำนักและตรวจสอบแรงงานผ่านพอร์ทัล MOS ของรัฐบาลก่อนรับเข้าทำงาน หากไม่ปฏิบัติตาม อาจถูกปรับสูงสุดถึง 30,000 ซลอตีต่อคน แถมยังเสี่ยงต่อความเสียหายทางชื่อเสียง และในกรณีร้ายแรงอาจถูกระงับสิทธิ์ในการสนับสนุนแรงงานต่างชาติด้วย
แรงงานต่างชาติ 37 คนได้รับคำสั่งให้เดินทางออกจากโปลแลนด์ภายใน 30 วัน พร้อมกับถูกห้ามกลับเข้าพื้นที่เชงเก้นเป็นเวลา 1 ปี ขณะที่ชาวโคลอมเบีย 4 คนถูกตั้งข้อหาทางอาญาในข้อหาหลอกลวงเพื่อเข้าประเทศ ซึ่งเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาโปลแลนด์มาตรา 264 วรรค 2 นอกจากนี้ หน่วยยามชายแดนยังได้เปิดการสอบสวนบริษัทจัดหางานและผู้รับเหมาช่วงเพื่อหาสาเหตุว่าการละเมิดนี้เกิดจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงหรือเป็นแผนการที่ตั้งใจ
การจับกุมครั้งนี้สะท้อนถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อผู้ประกอบการในโปลแลนด์ เนื่องจากรัฐบาลได้เข้มงวดการตรวจสอบห่วงโซ่การจัดหางานชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2025 เป็นต้นมา โปลแลนด์ได้กำหนดให้การยื่นขอใบอนุญาตทำงานเป็นระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบและยกเลิกการทดสอบตลาดแรงงาน ทำให้การจ้างงานถูกกฎหมายง่ายขึ้นและโปร่งใสมากขึ้น สถิติของหน่วยยามชายแดนแสดงให้เห็นว่ามีคำสั่งเนรเทศมากกว่า 300 คำสั่งทั่วประเทศในช่วง 6 สัปดาห์แรกของปี 2026 ส่วนใหญ่เกี่ยวกับการจ้างงานผิดกฎหมายและการอยู่เกินกำหนด ซึ่งบ่งชี้ว่าการตรวจสอบสถานที่ทำงานจะยังคงเป็นเรื่องสำคัญ
สำหรับบริษัทข้ามชาติที่ดำเนินธุรกิจในโปลแลนด์ กรณีนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าการพึ่งพาผู้ให้บริการแรงงานภายนอกไม่ได้ช่วยให้ผู้ใช้แรงงานปลอดภัยจากความรับผิดชอบ ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคลและฝ่ายเคลื่อนย้ายแรงงานควรขอสำเนาใบอนุญาตพำนักและตรวจสอบแรงงานผ่านพอร์ทัล MOS ของรัฐบาลก่อนรับเข้าทำงาน หากไม่ปฏิบัติตาม อาจถูกปรับสูงสุดถึง 30,000 ซลอตีต่อคน แถมยังเสี่ยงต่อความเสียหายทางชื่อเสียง และในกรณีร้ายแรงอาจถูกระงับสิทธิ์ในการสนับสนุนแรงงานต่างชาติด้วย
แหล่งที่มา: TVS (Telewizja TVS)
VisaHQ ช่วยคุณได้อย่างไร
VisaHQ ช่วยให้การยื่นขอวีซ่าเป็นเรื่องง่ายสำหรับบุคคลและธุรกิจ ตรวจสอบข้อกำหนดการเดินทางล่าสุด เตรียมเอกสารที่จำเป็น และจัดการคำขอของคุณทางออนไลน์ผ่านพอร์ทัล VisaHQ สำหรับโปแลนด์เพิ่มเติมจาก โปแลนด์
ดูทั้งหมด
เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองโปแลนด์ปรับนายจ้างในโอโปเลหลังพบแรงงานต่างด้าว 38 คนทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต
ซ้อมแผน ‘สถานีรถไฟปลอดภัย’ ทดสอบขั้นตอนรับมือวิกฤตที่สถานีรถไฟสนามบินคราคูฟ-บาลิเซ