
กรมตรวจคนเข้าเมืองฮ่องกง (ImmD) ประกาศเมื่อวันที่ 6 มีนาคมว่า เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเป็นแรงงานผิดกฎหมาย 9 คน และนายจ้างที่สงสัย 1 คน หลังปฏิบัติการตรวจค้นต่อเนื่องเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ ภายใต้รหัสปฏิบัติการ “Lightshadow”, “Twilight” และ “Fastrack” โดยเจ้าหน้าที่ร่วมกับตำรวจ ศุลกากร กรมสุขาภิบาลอาหารและสิ่งแวดล้อม และกรมบริการสันทนาการและวัฒนธรรม ได้เข้าตรวจสอบร้านอาหาร ร้านนวด และคลังสินค้าในหลายพื้นที่ของเมือง ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ถึง 5 มีนาคม การปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนนโยบายเข้มงวดของรัฐบาลต่อการจ้างงานผิดกฎหมาย โดยโทษสูงสุดสำหรับการจ้างงานผู้ที่ “ไม่มีสิทธิ์ทำงานตามกฎหมาย” เพิ่มขึ้นเป็นค่าปรับสูงสุด 500,000 ดอลลาร์ฮ่องกง และจำคุกสูงสุด 10 ปี ขณะเดียวกัน กรรมการและผู้จัดการบริษัทก็อาจต้องรับผิดชอบทางกฎหมายด้วย กรมตรวจคนเข้าเมืองเตือนนายจ้างว่า การตรวจสอบเพียงบัตรประชาชนไม่เพียงพออีกต่อไป บริษัทต้องตรวจสอบสถานะวีซ่าอย่างจริงจังและเก็บบันทึกไว้ สำหรับบริษัทข้ามชาติที่ย้ายพนักงานภายใต้โครงการเช่น General Employment Policy หรือ Technology Talent Admission Scheme ข้อความสำคัญมีสองประการ คือ การปฏิบัติตามเงื่อนไขวีซ่าจะถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวด และกระบวนการรับพนักงานต้องรวมการตรวจสอบสิทธิ์การทำงานที่มีเอกสารครบถ้วน กรมยังย้ำถึงมาตรการคัดกรองการค้ามนุษย์ (TIP) เพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบห่วงโซ่อุปทานแรงงาน แม้ว่าการปฏิบัติการนี้จะมุ่งเป้าไปที่เศรษฐกิจนอกระบบ แต่ทีมงานด้านการเคลื่อนย้ายบุคลากรของบริษัทควรตระหนักถึงความเสี่ยงด้านชื่อเสียงและทางอาญาที่อาจเกิดจากผู้รับเหมาช่วงที่ละเลยมาตรฐาน การตรวจสอบภายในอย่างสม่ำเสมอและการตรวจสอบผู้จัดหาสินค้าอย่างรอบคอบยังคงเป็นแนวปฏิบัติที่ดีที่สุด กรมตรวจคนเข้าเมืองมีสายด่วนและแบบฟอร์มรายงานออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมงสำหรับการแจ้งเบาะแสการละเมิดที่สงสัย ขณะนี้ยังมีการสอบสวนนายจ้างเพิ่มเติม และยังไม่ตัดความเป็นไปได้ที่จะมีการจับกุมเพิ่มเติมในอนาคต
แหล่งที่มา: Hong Kong Immigration Department – Press Release