
เพียงแค่ 24 ชั่วโมงหลังจากที่ Ryanair ออกมาโจมตีอย่างเปิดเผย กลุ่มพันธมิตรของสายการบินใหญ่ 20 แห่งและผู้ดำเนินการสนามบิน 28 แห่ง รวมถึงสนามบิน Madrid-Barajas และ Barcelona-El Prat ได้ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงประธานคณะกรรมาธิการยุโรป Ursula von der Leyen ขอให้มีการใช้ ‘สวิตช์หยุดฉุกเฉิน’ สำหรับระบบเข้า-ออก (EES) จดหมายลงวันที่ 1 กรกฎาคม แต่เผยแพร่สู่สื่อในช่วงเช้าของวันที่ 2 ระบุว่าหน่วยงานของรัฐสมาชิกควรได้รับอำนาจในการปิดการตรวจสอบทางชีวภาพเมื่อปริมาณผู้โดยสารเกินความจุที่ออกแบบไว้ของจุดผ่านแดน อย่างน้อยจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม ผู้ลงนามระบุว่าการทดลองใช้งานจริงที่ Alicante และ Palma เมื่อเดือนที่ผ่านมา พบเวลาประมวลผลเฉลี่ย 110 วินาทีต่อผู้โดยสาร ซึ่งสูงกว่ามาตรฐาน 45 วินาทีอย่างมาก ส่งผลให้คิวรออาจยาวนานถึงสองชั่วโมงหรือมากกว่านั้นในช่วงที่มีเที่ยวบินเช่าเหมาลำหนาแน่น นอกจากนี้ยังมีความกังวลเรื่องการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยชี้ว่ากองกำลังตำรวจในเขตเชงเก้นหลายแห่งยังไม่ได้ออกการประเมินผลกระทบด้านความเป็นส่วนตัวขั้นสุดท้าย จดหมายฉบับนี้มีความสำคัญต่อสเปนอย่างยิ่ง เนื่องจากในวันที่ 3 กรกฎาคม Dirección General de Tráfico จะเริ่มปฏิบัติการ ‘Operación Verano’ ซึ่งปีที่แล้วมีการเคลื่อนย้ายรถยนต์ 104 ล้านคันและผู้โดยสารที่เดินทางไปแอฟริกาเหนือ 3.5 ล้านคนผ่านดินแดนสเปน เจ้าหน้าที่เตือนว่าความล่าช้าที่จุดผ่านแดนทางอากาศจะส่งผลกระทบต่อท่าเรือและเครือข่ายถนน คณะกรรมาธิการระบุว่าประเทศสมาชิกมี “ความยืดหยุ่นจำกัด” ภายใต้ข้อ 14 ของระเบียบ EES ในการกลับไปใช้การประทับตราด้วยมือชั่วคราว แต่ต้องแจ้งให้บรัสเซลส์ทราบ กระทรวงมหาดไทยของสเปนจึงกำลังร่างแผนฉุกเฉินที่จะอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงสามารถระงับการตรวจสอบได้ทันทีหากเวลารอเกิน 60 นาทีอย่างต่อเนื่อง สำหรับบริษัทที่ย้ายพนักงานมายังสเปนหรือหมุนเวียนทีมงานในโครงการผ่านเขตเชงเก้น เหตุการณ์นี้เน้นย้ำความสำคัญของการลงทะเบียนข้อมูลชีวภาพในการเดินทางครั้งแรกและเก็บใบยืนยันไว้ นโยบายความเสี่ยงการเดินทางควรได้รับการปรับปรุงเพื่อสะท้อนความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้นในช่วงกลางคืน รวมถึงการกำหนดขีดจำกัดที่พักในสนามบินรองด้วย
แหล่งที่มา: EuroEFE / Europa Press